30 ข้อคิดจากหนังสือ Discipline Is Destiny วินัยคือโชคชะตา

Disciplina fatum est วินัยคือโชคชะตา ในภาษาละติน คำว่า disciplina หมายถึงการฝึกฝนตนเอง การเรียนรู้ที่จะปกครองชีวิตของตัวเอง ส่วน fatum หมายถึงสิ่งที่ถูกพูดออกมา สิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ชะตากรรมที่รออยู่ข้างหน้า
.
เมื่อนำสองคำมาวางไว้ด้วยกัน ความหมายก็ชัดเจน สิ่งที่คุณฝึกฝนตัวเองทุกวันนี้คือสิ่งที่จะกลายเป็นชีวิตของคุณในวันข้างหน้า
.
Ryan Holiday ผู้เขียนเล่มนี้ เปิดเรื่องด้วยตำนานเฮอร์คิวลีสที่ทางแยก เทพีองค์หนึ่งในชุดงดงามเสนอชีวิตที่ไม่มีทุกข์ ไม่มีความปรารถนาใดที่ไม่ได้รับการเติมเต็ม ส่วนเทพีอีกองค์ในชุดขาวสะอาดเสนอเส้นทางที่ยากลำบาก ต้องเสียสละ แต่เป็นเส้นทางที่สมศักดิ์ศรีของคน เฮอร์คิวลีสลังเลแค่วินาทีเดียวก่อนเลือกเส้นทางหลัง
.
ประเด็นที่ Holiday ย้ำคือทางแยกแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียวในชีวิต แต่เกิดขึ้นในทุกการตัดสินใจ ตั้งแต่จะกดเลื่อนปลุกหรือลุกออกจากเตียง จะหยิบหนังสือหรือมือถือ จะออกกำลังกายหรือนอนต่อ
.
หนังสือแบ่งเป็นสามภาค คือภายนอก (ร่างกาย) ภายใน (อารมณ์) และส่วนจิตวิญญาณ และนี่คือ 30 ข้อคิดจากหนังสือเล่มนี้ครับ
.
.
====================
.
#ร
่างกาย
.
1. ครองร่างกายของตัวเองให้ได้ (Ruling Over the Body)
.
Ryan Holiday บอกว่าร่างกายคือทั้งอุปสรรคและพาหนะของความสำเร็จในเวลาเดียวกัน การละเลยมันไม่ใช่ความเท่ แต่คือการลักลอบขโมยศักยภาพของตัวเองทีละน้อยทุกวัน คนที่ปล่อยให้ร่างกายอ่อนแอ จะปล่อยให้ใจอ่อนแอตามไปด้วยในที่สุด
.
ผู้จัดการทีมเบสบอลในยุคของ Lou Gehrig เรียกยุคของพวกเขาว่า "ยุคแห่งข้ออ้าง" เพราะนักกีฬาทุกคนมีเหตุผลพร้อมเสมอว่าทำไมตัวเองทำได้ไม่เต็มที่ วันนี้ปวดเมื่อย พรุ่งนี้ไม่สบาย มะรืนนี้ยังไม่พร้อม ในยุคของพวกเรา ข้ออ้างมีมากกว่าเดิมหลายเท่า งานยุ่ง ลูกร้อง อากาศไม่ดี ยังไม่ถึงเวลา รอให้ชีวิตลงตัวก่อน
.
เมื่อคุณยืนอยู่ในตำแหน่งสูง โลกจะส่งความท้าทายระดับสูงสุดมาทดสอบคุณ คุณไม่มีโอกาสเลือกว่าวันนี้พร้อมหรือไม่ สิ่งเดียวที่คุณเลือกได้คือก่อนหน้านี้คุณเตรียมตัวมาดีแค่ไหน และการเตรียมตัวนั้นเริ่มต้นที่ร่างกาย ก่อนจะไปถึงจิตใจหรือจิตวิญญาณ
.
.
2. ตื่นก่อนตะวันขึ้น (Attack the Dawn)
.
Holiday ชี้ว่าไม่มีใครเป็น morning person โดยธรรมชาติ ทุกคนที่ตื่นเช้าได้ล้วนแต่ฝืนใจตัวเองทั้งสิ้น แม้แต่ Marcus Aurelius จักรพรรดิผู้ทรงอำนาจที่สุดในโลกยุคนั้น ยังต้องถามตัวเองในเช้าวันหนึ่งว่า "นี่หรือคือสิ่งที่ฉันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อ เพื่อขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มและรับความอุ่นหรือ"
.
ช่วงเช้ามืดคือช่วงที่พลังใจยังเหลือเต็ม ยังไม่มีอะไรมารบกวน และคู่แข่งทั้งหลายยังหลับอยู่ ภาระทั้งหลายของชีวิตยังคงอยู่แค่ในทฤษฎี ลูกยังไม่ตื่นมาเรียกหา งานยังไม่เรียกร้องความสนใจ บิลยังไม่ทวง ทั้งหมดที่มีอยู่คือความคิดและงานที่กำลังก่อตัวในหัวคุณ คนที่จับเวลาทองคำช่วงนี้ได้ คือคนที่ได้เวลาคุณภาพที่ดีที่สุดของวันโดยไม่ต้องแย่งกับใคร
.
ใครที่ยอมแลกความอุ่นของผ้าห่มกับชั่วโมงทองคำเหล่านี้ ในตอนหลังจะคิดถึงมันจนวันตาย เพราะวันที่ผ่านไปคือวันที่ไม่มีวันกลับคืน และทุกเช้าที่กดเลื่อนปลุกคือการบอกตัวเองว่าความสบายชั่วครู่สำคัญกว่าศักยภาพที่รอเราอยู่ในอีกหลายสิบปีข้างหน้า
.
.
3. ชีวิตที่ตรากตรำคือชีวิตที่ดีที่สุด (The Strenuous Life Is the Best Life)
.
Holiday ยืมวลีของ Theodore Roosevelt มาเป็นชื่อข้อนี้คือ "the strenuous life" ชีวิตที่ตรากตรำ ชีวิตที่ตื่นเช้าออกกำลังกาย ชีวิตที่ไม่ยอมให้ตัวเองสบายเกินไป ชีวิตที่เลือกความเหนื่อยในวันนี้แทนความเสียดายในวันหน้า
.
ประเด็นที่ Holiday เน้นย้ำคือความสุขจากการละเลยตัวเองอยู่ได้ไม่นาน ส่วนรสขมที่ตามมานั้นยาวนาน คนที่กินตามใจปาก ดื่มตามใจตัว นอนตามใจอยาก ไม่ออกกำลังกาย ทั้งหมดนี้ดูเหมือนการให้รางวัลกับตัวเองในวันนี้ แต่ความจริงคือการกู้เงินจากตัวเองในอนาคต และดอกเบี้ยจะแพงกว่าที่คิดเสมอ
.
วินัยไม่ใช่การปฏิเสธความสุข นี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิด วินัยคืองานที่ความสุขเป็นรางวัลตอบแทน คนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอจะมีความสุขกับร่างกายที่แข็งแรงไปอีกหลายสิบปี คนที่กินอย่างมีสติจะมีความสุขกับการกินทุกมื้อโดยไม่ต้องรู้สึกผิด ความสุขที่ยั่งยืนไม่เคยมาจากการตามใจตัวเอง แต่มาจากการลงทุนในตัวเองในวันที่ยังลงทุนได้
.
.
4. เลิกเป็นทาส (Quit Being a Slave)
.
ทุกคนมีนิสัยที่ไม่ดีบางอย่างที่กำลังกัดกินชีวิตอยู่ อาจเป็นแอลกอฮอล์ คาเฟอีน การช้อปปิ้ง โซเชียลมีเดีย เกม หรือแม้แต่งานที่ทำเพราะติด ไม่ใช่เพราะรัก Eisenhower เลิกสูบบุหรี่ตอนอายุห้าสิบแปด ทั้งที่ติดมาเกือบครึ่งชีวิต เขาบอกว่าจุดที่ตัดสินใจเลิกคือวันที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้สูบบุหรี่ แต่บุหรี่กำลังสูบเขาต่างหาก
.
Holiday เสนอแบบทดสอบที่เฉียบคมว่า "ถ้าสิ่งนี้เพิ่งถูกประดิษฐ์ขึ้นวันนี้ คุณจะเริ่มทำมันไหม" ถ้าแอลกอฮอล์เพิ่งถูกแนะนำให้คุณรู้จักวันนี้ พร้อมข้อมูลความเสี่ยงทั้งหมดที่เรารู้ในปัจจุบัน คุณจะยังดื่มไหม ถ้าคุณรู้ตั้งแต่แรกว่าแอปนั้นจะกินเวลาคุณวันละสามชั่วโมง คุณจะยังดาวน์โหลดมันไหม ถ้าคุณรู้ว่าความสำเร็จในอาชีพนั้นจะทำให้คุณหย่าและเป็นทุกข์ คุณจะยังทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อมันไหม
.
ความจริงที่ว่าคุณเริ่มทำสิ่งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ไม่ได้แปลว่าคุณต้องทำต่อไป การไม่รู้ในอดีตไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าตอนนี้คุณกำลังเลือกมันอยู่ ทุกครั้งที่คุณหยิบสิ่งนั้นขึ้นมาอีกครั้ง คุณกำลังเลือกใหม่ สิ่งที่กำลังครองชีวิตคุณอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่ยอมรับในสังคมหรือไม่ คุณต้องเลิก สิ่งสำคัญคือต้องเริ่ม และไม่มีคำว่าสายเกินไป
.
.
5. หลีกเลี่ยงสิ่งฟุ่มเฟือย (Avoid the Superfluous)
.
Cato นักการเมืองโรมันเคยพูดประโยคที่สรุปแนวคิดนี้ได้ดีที่สุดว่า "ไม่มีอะไรราคาถูก ถ้ามันเป็นสิ่งฟุ่มเฟือย" ความหมายไม่ใช่การทรมานตนเองหรือใช้ชีวิตอย่างขัดสน แต่คือการมีอิสรภาพ คนที่ต้องการน้อยจะถูกล่อลวงได้ยาก ส่วนคนที่ต้องการมากจะเปราะบางอยู่เสมอ เพราะมีจุดอ่อนให้คนอื่นใช้กดดันได้ตลอดเวลา
.
การเข้มงวดกับตัวเองทำให้คนอื่นเข้มงวดกับเราได้ยากขึ้น คนที่อยู่ได้ด้วยเงินน้อย จะไม่กลัวการตกงาน คนที่ไม่ติดของแบรนด์เนม จะไม่ถูกการตลาดดึงไปตามใจ คนที่กินง่ายอยู่ง่าย จะไม่ตกเป็นทาสของรสนิยมที่สังคมยัดเยียดให้ ทุกความต้องการที่เราตัดออกได้ คือโซ่ตรวนหนึ่งเส้นที่หลุดออกจากตัว
.
สัญญาณหนึ่งที่บอกว่าอะไรคือสิ่งฟุ่มเฟือยที่เราไม่ต้องการจริงๆ คือดูว่าคนอื่นพยายามขายมันให้เราหนักแค่ไหน คนที่ไม่มั่นคงในตัวเองมักกดดันให้คนอื่นเหมือนพวกเขา Maxwell Perkins บรรณาธิการในตำนานสลักประโยคหนึ่งไว้บนหิ้งของเขาว่า "ยิ่งคนเรามีคุณค่าในตัวเองมาก เขายิ่งต้องการน้อย"
.
.
6. จัดโต๊ะให้สะอาด (Clean Up Your Desk)
.
Robert Moses คือคนที่กำหนดโฉมหน้าของนิวยอร์กตลอดสี่สิบสี่ปี ตั้งแต่ปี 1924 ถึง 1968 เขาสร้างสวนสาธารณะ 658 แห่ง ทางหลวง 416 ไมล์ สะพานสิบสามแห่ง อุโมงค์ สนามกีฬา ศูนย์การประชุม รวมงานก่อสร้างมูลค่ายี่สิบเจ็ดพันล้านดอลลาร์ในนิวยอร์ก เขาดำรงตำแหน่งสำคัญสิบสองตำแหน่งพร้อมกัน และทำได้ดีในทุกตำแหน่ง
.
ความลับหนึ่งของเขาเรียบง่ายมาก เขาไม่ทำงานบนโต๊ะที่มีลิ้นชัก แต่ใช้โต๊ะที่ไม่มีลิ้นชักเลย เพราะไม่มีที่ให้ซ่อนเอกสาร ไม่มีทางหนีปัญหาที่กวนใจหรือจดหมายที่ตอบยากๆ ได้ นอกจากจัดการมันให้จบในทันที สิ่งที่เข้ามาต้องถูกตอบสนอง ไม่มีกองค้าง ไม่มีเอกสารทับถม Gretchen Rubin สรุปไว้สั้นๆ ว่า "ระเบียบภายนอกนำสู่ความสงบภายใน"
.
เชฟอาชีพมีศัพท์หนึ่งคือ mise en place หมายถึงการเตรียมและจัดวางทุกอย่างให้พร้อมก่อนเริ่มทำอาหาร เพราะรู้ดีว่าเมื่อเริ่มลงมือแล้ว เสียวินาทีไปกับการหาของไม่ได้ Holiday เตือนว่าคนที่สบายใจกับโต๊ะรกๆ จะค่อยๆ สบายใจกับงานที่รกๆ
.
.
7. แค่มาให้ถึงที่ (Just Show Up)
.
Thomas Edison เคยพูดประโยคที่หลายคนคงตกใจถ้าได้ยินจากปากอัจฉริยะระดับนั้น "ผมไม่มีจินตนาการ ผมไม่เคยฝัน ผมไม่ได้สร้างอะไรเลย" สิ่งที่เขาทำคือไปอยู่ที่ห้องทดลองทุกวัน ตลอดเวลา เขาอธิบายว่า "อัจฉริยะคือคนที่อยู่ในห้องทดลองทั้งวันทั้งคืน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เขาก็อยู่ที่นั่นเพื่อจับมันไว้ ถ้าเขาไม่อยู่ มันอาจจะเกิดเหมือนกัน แต่มันจะไม่ใช่ของเขา"
.
ในวงการเบสบอลนักตีระดับสุดยอดในยุคนั้นมีค่าเฉลี่ยการตีอยู่ที่ .350 หมายความว่าเขาตีพลาดเจ็ดครั้งในสิบครั้ง บางสัปดาห์เขาตีไม่ถูกลูกเลยด้วยซ้ำ ใจความสำคัญที่แมวมองของทีม Yankees พูดกับ Gehrig ตอนเขาเกือบล้มเลิกในลีกเล็กคือ "สิ่งสำคัญที่สุดที่นักเบสบอลรุ่นใหม่ต้องเรียนรู้คือเขาไม่สามารถเก่งได้ทุกวัน" คุณไม่จำเป็นต้องวิเศษทุกวัน คุณแค่ต้องปรากฏตัวทุกวัน
.
ความสม่ำเสมอคือพลังพิเศษที่ Holiday เน้นย้ำ เพราะพลังใจแบบวันต่อวันคือสิ่งที่หาได้ยากมาก คุณอาจจะอยู่บนลู่วิ่งคนเดียวในสายฝน คุณอาจจะเป็นคนเดียวที่ตอบอีเมลในวันคริสต์มาส แต่การเป็นผู้นำตามนิยามก็คือการอยู่คนเดียวเช่นกัน เหตุผลที่ตอนเช้าเงียบสงบไม่ใช่เพราะมันเงียบ แต่เพราะคนอื่นยังไม่ตื่นขึ้นมาแย่งโอกาสกับคุณ
.
.
8. รีบช้าๆ (Slow Down... to Go Faster)
.
Octavian หรือออกัสตัส ซีซาร์ มีคติประจำใจว่า festina lente แปลตามตัวอักษรว่า "รีบช้าๆ" Suetonius บันทึกไว้ว่าเขาไม่ชอบอะไรเท่ากับความรีบร้อนของผู้นำที่ฝึกฝนมาดี วาทะที่เขาชอบที่สุดมีอยู่ว่า "ยิ่งรีบ ยิ่งช้า" "ผู้บัญชาการที่ปลอดภัยดีกว่าผู้บัญชาการที่กล้าหาญ" และ "สิ่งที่ทำเสร็จดี ก็เร็วพอแล้ว" ตอนที่เขาขึ้นครองโรม โรมเป็นเมืองที่สร้างด้วยอิฐ เมื่อเขาตายไป เขาภูมิใจที่ทิ้งโรมไว้เป็นจักรวรรดิที่สร้างด้วยหินอ่อน
.
นายพล George Thomas ในสงครามกลางเมืองอเมริกาถูกขนานนามว่า "Old Slow Trot" เพราะเขาเคลื่อนทัพช้าจนนายพล Grant แทบจะปลดเขา แต่ความจริงเขาไม่ได้ช้า เขาแค่ละเอียดถี่ถ้วน เขาเตรียมการ จัดส่งกำลังบำรุง ฝึกทหารให้พร้อม แล้วจึงโจมตีในจังหวะที่ใช่ที่สุด สุดท้ายเขาทำลายข้าศึกในศึก Battle of Nashville ในเดือนธันวาคม 1864 อย่างราบคาบ กลายเป็นหนึ่งในชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสงคราม
.
.
9. ฝึก แล้วฝึก แล้วก็ฝึกอีก (Practice... Then Practice More)
.
ปรมาจารย์ดาบ Nakayama Hakudo ชักดาบสองพันครั้งต่อวัน ครั้งหนึ่งที่วัด Hayashizaki เขาทำสถิติชักดาบหนึ่งหมื่นครั้งในยี่สิบสี่ชั่วโมง ทำไมต้องทำขนาดนั้น เพราะ Arius Didymus ครูของออกัสตัสบอกไว้ว่า "การฝึกซ้อมที่ยาวนานพอจะกลายเป็นธรรมชาติที่สอง" คำพูดที่ Holiday สรุปสั้นๆ ในประโยคทรงพลังที่ติดหูคนอ่านเสมอ "เราไม่ได้ลุกขึ้นไปถึงระดับของโอกาส เราตกลงไปถึงระดับของการฝึกซ้อมของเรา"
.
Musashi ซามูไรในตำนานเคยถูกท้าโดยนักรบชื่อ Miyake Gunbei ผู้คิดว่าตัวเองเป็นหนึ่งในนักดาบที่ดีที่สุดในโลก หลังจากโจมตีล้มเหลวสองครั้ง Gunbei รีบโถมเข้าหา Musashi ในท่าพุ่งโจมตีอย่างก้าวร้าวด้วยความหงุดหงิด Musashi ที่เตรียมรับมือสถานการณ์นี้มานับครั้งไม่ถ้วน เพียงเอ่ยว่า "เธอไม่ควรทำแบบนั้น" แล้วปัดด้วยดาบเล่มหนึ่ง ก่อนปล่อยให้ดาบอีกเล่มของเขาเฉือนเข้าแก้มของคู่ต่อสู้
.
Musashi เขียนไว้ว่า "หนึ่งพันวันแห่งการฝึกเพื่อพัฒนา หนึ่งหมื่นวันแห่งการฝึกเพื่อขัดเกลา" สำหรับซามูไรไม่มีคำว่า "ดีพอใช้" เพราะถ้านักดาบดีพอใช้เจอนักดาบที่เก่งกว่า เขาจะตาย
.
.
10. การนอนคือเครื่องสะท้อนคุณลักษณะ (Sleep Is an Act of Character)
.
คืนก่อนที่ Floyd Patterson จะชกชิงแชมป์โลกกับ Archie Moore ในปี 1956 เขาทำสิ่งที่สำคัญที่สุดในการฝึกซ้อมของเขา ไม่ใช่การออกกำลังกายในนาทีสุดท้าย ไม่ใช่การทบทวนแผนการชก เขาไปนอน ไม่ใช่แค่นอนผ่านๆ แต่นอนสิบเอ็ดชั่วโมงครึ่ง ตื่นมาทันเวลาชั่งน้ำหนัก ก่อนเดินทางไปที่สนาม เขางีบอีกสามชั่วโมง และก่อนขึ้นสังเวียน เขางีบอีกครั้งในห้องแต่งตัว เขาน็อก Moore ในยกที่ห้า
.
คนอื่นๆ กังวลใจ คนอื่นๆ ทบทวนแผนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ Patterson นอน ไม่ใช่เพราะเขาไม่สนใจสิ่งเหล่านั้น แต่เพราะเขาสนใจมากที่สุด ในกองทัพสหรัฐฯ ปัจจุบันมีคำว่า sleep discipline หรือวินัยเรื่องการนอน Admiral James Stavridis สังเกตเห็นตอนได้รับการบังคับบัญชาเรือครั้งแรกตอนอายุสามสิบแปดว่าตัวเขาตัดสินใจแย่ลงเมื่อเหนื่อย เขาเลยตัดสินใจปฏิบัติต่อการนอนของลูกเรือเหมือนเป็นระบบอาวุธชิ้นหนึ่ง
.
Holiday ชี้ว่า "เราพูดว่าตัวเองไม่ใช่ morning person แต่นั่นเกือบจะแน่นอนว่าเป็นเพราะเราเป็น evening person ที่ไร้ความรับผิดชอบหรือไร้วินัย" วิธีที่ดีที่สุดในการเอาชนะตอนเช้าคือเอาชนะคืนก่อนหน้านั้นให้ได้ การนอนหลับฝึกการนอนหลับ วินัยฝึกวินัย
.
.
#อารมณ์
.
11. ปกครองตัวเอง (Ruling Over Yourself)
.
เราอยากให้ผู้นำของเรามีบุคลิกกล้าหาญและก้าวร้าว มีเสน่ห์และสร้างแรงบันดาลใจ เราคาดหวังให้พวกเขาทะเยอทะยาน เราอภัยให้ข้อบกพร่องที่น่าตกใจหรือนิสัยน่าผิดหวัง ตราบใดที่พวกเขายังชนะหรือสร้างความบันเทิงให้เรา สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขาน่าสนใจ แต่มันคือสูตรที่เหมาะกับการบริหารประเทศ บริษัท หรือทีมกีฬาในระยะยาวจริงหรือ
.
Plato เคยพูดว่าคนที่ปกครองคนอื่นไม่ได้ก่อนปกครองตัวเอง คือคนที่ไม่ควรได้ปกครองอะไรเลย ผู้นำที่แท้จริงไม่ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยอำนาจที่มีเหนือคนอื่น แต่ด้วยอำนาจที่มีเหนือตัวเอง คนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ จะถูกคนอื่นใช้อารมณ์ของเขาเป็นเครื่องมือควบคุม คนที่ปล่อยใจไปตามความอยากของตัวเอง จะกลายเป็นทาสของความอยากนั้นในที่สุด
.
หลักการของสโตอิกบอกว่าก่อนคุณจะมีสิทธิ์สั่งใคร คุณต้องสั่งตัวเองได้ก่อน ก่อนคุณจะคาดหวังให้คนอื่นมีวินัย คุณต้องแสดงวินัยให้เห็น ก่อนคุณจะตำหนิความอ่อนแอของคนอื่น คุณต้องเอาชนะความอ่อนแอของตัวเองก่อน นี่ไม่ใช่เรื่องของศีลธรรมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของประสิทธิภาพ ผู้นำที่ปกครองตัวเองไม่ได้จะนำคนอื่นไปสู่ที่ไหนสักแห่งที่เขาเองก็ไม่อยากไป
.
ความสง่างามไม่ได้มาจากตำแหน่ง ไม่ได้มาจากเครื่องแบบ ไม่ได้มาจากมงกุฎ มันมาจากการปกครองตนเองอย่างสม่ำเสมอเป็นเวลานาน คนที่ใช้ชีวิตด้วยวินัยเป็นทศวรรษจะมีบุคลิกที่คนอื่นสัมผัสได้ตั้งแต่แรกเจอ ส่วนคนที่ปล่อยตัวเองตามใจจะเปิดเผยความว่างเปล่าออกมาในที่สุด ไม่ว่าจะพยายามปกปิดด้วยตำแหน่งหรือทรัพย์สมบัติแค่ไหนก็ตาม
.
.
12. มองทุกอย่างด้วยแสงนี้ (Look at Everything Like This)
.
George Washington เห็นเรื่องร้ายมามากมาย พ่อตายตอนเขาอายุสิบเอ็ด เขาเจอกระสุนครั้งแรกตอนยังไม่ถึงยี่สิบสอง สงครามปฏิวัติแม้จะลงท้ายด้วยชัยชนะ แต่ในความเป็นจริงคือความพ่ายแพ้และอุปสรรคต่อเนื่องเกือบเก้าปี ตลอดสงครามเขาเผชิญสถานการณ์การเงินที่ลำบาก และเสี่ยงต่อการได้ยินข่าวว่าบ้านที่รักของเขาคือ Mount Vernon ถูกเผาทำลาย
.
ตอนที่ Washington อายุยี่สิบหก เขาได้ดูละครเกี่ยวกับนักปรัชญาสโตอิก ในนั้นมีวลีหนึ่งที่เขาจะเปลี่ยนเป็นมนตราประจำชีวิต พูดกับตัวเองในทุกสถานการณ์ที่ยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นความพ่ายแพ้ในสนามรบหรือการแบ่งพรรคแบ่งพวกระหว่างคณะรัฐมนตรีของเขา วลีนั้นคือ "ในแสงแห่งปรัชญาที่สงบและอ่อนโยน".

จิตรกร Gilbert Stuart ใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่กับ Washington ในยุค 1790 ระหว่างวาดภาพเหมือน เขาพบว่า Washington เป็นชายดุดัน มุ่งมั่น และเข้มข้น เขาสัมผัสได้ถึงอารมณ์รุนแรงเหล่านั้น แต่ก็แปลกใจในวิธีที่ "การตัดสินใจและการควบคุมตัวเองอันยิ่งใหญ่" ของ Washington กลืนกินมันได้ Washington ไม่ได้เป็นสโตอิกโดยธรรมชาติ เขาสร้างตัวเองให้เป็นแบบนั้น ไม่ใช่ครั้งเดียวจบ แต่สร้างใหม่ทุกนาที ทุกวัน ทุกสถานการณ์
.
.
13. รักษาเรื่องหลักให้เป็นเรื่องหลัก (Keep the Main Thing the Main Thing)
.
Booker T. Washington เป็นคนยุ่งมาก เขาบริหาร Tuskegee Institute ที่เขาก่อตั้งเอง เดินทางตลอดเวลาเพื่อพูดและพบผู้บริจาค รณรงค์ระดมทุน บรรยาย ตีพิมพ์หนังสือห้าเล่ม เขาทำทั้งหมดได้อย่างไร ไม่ใช่แค่ความอดทน ความมุ่งมั่น หรือพลังงาน แต่คือวินัยในการพูดคำที่น่ากลัวคำหนึ่ง คือคำว่า "ไม่"
.
"จำนวนคนที่พร้อมจะกินเวลาคุณโดยไร้จุดหมาย แทบนับไม่ถ้วน" เขาว่า บางคนหาว่าเขาเย่อหยิ่ง บางคนหาว่าเขาเห็นแก่ตัว พวกเขาพูดเรื่องของเขาลับหลัง เขายุ่งเกินกว่าจะสังเกตเห็น เขารู้ว่าเรื่องหลักในชีวิตคือการรักษาเรื่องหลักให้เป็นเรื่องหลัก ยิ่งเมื่อเรื่องหลักของคุณคือการยกระดับคนทั้งเชื้อชาติ คุณยิ่งต้องชัดเจน
.
Holiday ถามคำถามที่ตรงประเด็น "ถ้าคุณไม่รู้คำตอบว่าอะไรคือเรื่องหลัก คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าควรตอบ 'ใช่' กับอะไร และ 'ไม่' กับอะไร" คนที่ไม่มีความชัดเจนในเรื่องหลักของตัวเองจะกลายเป็นคนที่อ่อนแอต่อทุกโอกาสที่แวบเข้ามา ทุก "ใช้เวลาแค่นาทีเดียว" ทุก "ขอบคุณล่วงหน้า" ทุก "ฉันรู้ว่าคุณยุ่ง แต่..." ทุกการตอบ "ใช่" คือการตอบ "ไม่" กับสิ่งอื่น การปฏิเสธโอกาสหนึ่งคือการบ่มเพาะอีกโอกาสหนึ่ง
.
.
14. มุ่งสมาธิ มุ่งสมาธิ มุ่งสมาธิ (Focus, Focus, Focus)
.
Holiday เน้นย้ำว่าความลับของความสำเร็จในแทบทุกสาขาคือการมีบล็อกเวลาที่ใหญ่และไม่ถูกขัดจังหวะเพื่อทำงานที่จดจ่อ แล้วทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่จัดวันหรือชีวิตของตัวเองให้รองรับสิ่งนั้นได้ คำตอบคือเพราะมันต้องใช้ความตั้งใจ ต้องบอก "ไม่" บ่อยๆ ต้องสร้างขอบเขต ต้องยอมพลาดเรื่องอื่นๆ
.
ในวงการเทคโนโลยีพวกเขาพูดถึง feature creep หรือการที่ผู้ก่อตั้งหรือผู้จัดการโครงการไม่มีวินัยพอที่จะปกป้องแก่นความคิดของตัวเอง ปล่อยให้มีฟีเจอร์มากเกินไปยัดลงในผลิตภัณฑ์ พยายามทำให้ทุกคนพอใจ สุดท้ายไม่ได้ทำให้ใครพอใจเลย การพยายามทำทุกอย่างคือการรับประกันว่าคุณจะไม่บรรลุอะไรเลย
.
.
15. รอคอยผลอันหอมหวาน (Wait for This Sweet Fruit)
.
ในยุคที่ทุกอย่างต้องเดี๋ยวนี้ ทุกอย่างต้องไว ทุกอย่างต้องคลิกแล้วได้ทันที วินัยของการรอคอยกลายเป็นทักษะที่หายาก ในวอลล์สตรีท นักลงทุนที่เก่งที่สุดไม่ใช่คนที่เทรดเยอะที่สุด แต่คือคนที่นั่งบนตำแหน่งของตัวเองนานที่สุด ในความสัมพันธ์ คนที่มีความสุขที่สุดไม่ใช่คนที่หาคู่ใหม่ตลอดเวลา แต่คือคนที่ลงทุนระยะยาวกับคนคนหนึ่ง
.
การรอคอยที่แท้จริงไม่ใช่การเฉื่อยชา ไม่ใช่การผัดวันประกันพรุ่ง แต่คือการเลือกที่จะปลูกต้นไม้ที่ใช้เวลาสามสิบปีจึงจะออกผล แทนที่จะปลูกต้นไม้ที่ออกผลในสามเดือนแต่ไม่หวาน ความอดทนคือสิ่งที่แยกผู้สร้างจากผู้บริโภค คือสิ่งที่แยกคนที่สร้างตำนานจากคนที่สร้างกระแส
.
.
16. ความสมบูรณ์แบบคือบาป (Perfectionism Is a Vice)
.
Martha Graham นักเต้นในตำนานทำงานกับ Louis Horst เป็นเวลาหลายสิบปี Louis เป็นที่ปรึกษาดนตรีและคู่ชีวิตของเธอ และมีบทบาทที่ Holiday ชี้ให้เห็นว่าสำคัญมาก เขาคือคนเดียวที่สามารถบังคับให้ Martha จบงานของเธอ ปั้นให้เสร็จและพร้อมแสดง เขาเข้าใจดีว่าหลังจากให้เธอเวลาเป็นสัปดาห์หรือเดือน ในที่สุดเขาต้องสั่งให้หยุด และเรียกร้องการตัดสินใจที่ Martha ในความปั่นป่วนของศิลปินไม่อยากจะตัดสินใจ ผลคือการเต้นเหล่านั้นได้แสดง อาจจะไม่ "เสร็จสมบูรณ์" แต่ก็ "ทำเสร็จ"
.
ปัญหาของความสมบูรณ์แบบคือมันเป็นข้ออ้างของความขี้กลัวที่แต่งตัวเป็นมาตรฐานสูง คนที่อ้างว่ารอให้สมบูรณ์แบบมักไม่ปล่อยงานออกมาเลย ทำให้พวกเขาไม่ต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินจากโลกภายนอก ไม่ต้องค้นพบว่าตัวเองอาจจะไม่เก่งอย่างที่คิด การไม่ปล่อยงานออกมาคือการรักษาฝันสวยๆ ของศักยภาพไว้ไม่ให้แตะโลกความเป็นจริง
.
Holiday ชี้ว่าศิลปินอย่าง Ralph Ellison และ da Vinci ต่างประสบปัญหาเดียวกัน da Vinci ทิ้งภาพไว้หลายภาพไม่เสร็จ ส่วน Ellison ใช้เวลาสี่สิบปีพยายามเขียนนิยายเล่มที่สองหลังจาก Invisible Man แต่ไม่เคยปล่อยออกมา การมีคนที่กล้าหยุดเราเป็นของขวัญที่หาได้ยาก สำหรับคนที่ไม่มีคนแบบนั้น ต้องมีวินัยในการหยุดตัวเอง บอกตัวเองว่า "เสร็จแล้ว" ทั้งที่รู้สึกว่ายังไม่ดีพอ เพราะถ้าไม่มีการแสดงครั้งแรก ก็ไม่มีโอกาสขยับเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบที่เราใฝ่ฝัน
.
.
17. ทำเรื่องยากก่อน (Do the Hard Thing First)
.
Nicholas Chamfort เคยพูดว่า "ผู้ชายต้องกลืนคางคกทุกเช้า ถ้าเขาอยากจะมั่นใจว่าจะไม่เจออะไรที่น่ารังเกียจกว่านี้ก่อนสิ้นวัน" ความคิดที่ตามมาในรูปแบบที่กว้างขวางกว่าจากกวีและผู้รักสันติชื่อ William Stafford เป็นกฎประจำวันคือ "ทำเรื่องยากก่อน" อย่ารอ อย่าบอกตัวเองว่าจะค่อยๆ อุ่นเครื่อง อย่าบอกตัวเองว่าจะเคลียร์เรื่องอื่นๆ ให้พ้นทางก่อน
.
Toni Morrison ไม่ได้ตื่นก่อนรุ่งเช้าเพื่อ "เวลาส่วนตัว" เธอตื่นเพื่อเขียน ตื่นเพื่อทำเรื่องที่ยากที่สุดในวันก่อน เพราะหลังจากนั้นทุกอย่างคือโบนัส เมื่อคุณจัดการธุระยากๆ ได้แล้ว เวลาที่เหลือของวันคือเวลาส่วนตัวจริงๆ คุณครอบครองช่วงเช้า คุณกินคางคก ทุกอย่างที่เหลือคือของแถม ไม่มีอะไรในวันที่จะยากกว่าสงครามที่คุณเพิ่งชนะมาแล้ว
.
Seneca เขียนว่าสิ่งหนึ่งที่คนโง่ทุกคนมีเหมือนกันคือพวกเขามักจะเตรียมตัวจะมีชีวิต แต่ไม่เคยใช้ชีวิตจริงๆ พวกเขาบอกตัวเองว่าต้องจัดเตรียมบางอย่างก่อน ยังไม่รู้สึกพร้อม จะค่อยมาทำหลังจาก... หลังจากอะไรกันแน่ ก็ไม่มีอะไรนั่นแหละ คนที่ผัดผ่อนคือคนที่หลงตัวเอง คือคนที่สมมติว่าจะมีพรุ่งนี้ คือคนที่คิดว่าตัวเองจะมีวินัยพอที่จะทำในภายหลัง ทั้งที่ตอนนี้ยังไม่มี
.
.
18. ลุกขึ้นได้ไหม (Can You Get Back Up)
.
ในปี 1959 Floyd Patterson นำเข็มขัดแชมป์โลกออกป้องกันกับ Ingemar Johansson เขาฝึกซ้อมหนัก แต่บางอย่างขาดหายในแคมป์ของเขา อาจเป็นความหิวกระหาย อาจเป็นความมุ่งมั่น Patterson เบื่อ หมดความอดทน มั่นใจเกินไป "นักมวยทุกคนควรมีความกลัวเล็กน้อยว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเขา" เขาทบทวนภายหลัง "เพราะความกลัวทำให้สมองของคุณคมขึ้น เมื่อคุณไม่มีอะไรกลัว สมองของคุณจะทื่อ"
.
ในยกที่สาม เขาโดนน็อกล้มเจ็ดครั้ง การชกถูกหยุด ในประวัติศาสตร์มวยจนถึงตอนนั้น และยังเป็นความจริงในการชิงตำแหน่งเกือบทุกครั้งหลังจากนั้น เมื่อแชมป์เสียเข็มขัด พวกเขาจะไม่มีวันได้คืน Patterson ใช้เวลาเป็นสัปดาห์เศร้าโศก ตำหนิตัวเอง ความรู้สึกผิดทำให้เขาป่วย
.
จดหมายฉบับหนึ่งมาถึงจาก Archie Moore นักมวยที่ Patterson เพิ่งชนะเพื่อขึ้นเป็นแชมป์ "Floyd ที่รัก ฉันรู้ว่าเธอต้องรู้สึกอย่างไร ฉันหวังว่าเธอจะไม่รู้สึกแย่ต่อไป สิ่งเดียวกันนี้เคยเกิดกับนักมวยหลายคน ถ้าเธอเอาหมัดแย็บของเธอออกมาใช้ และเคลื่อนรอบคนนี้ เธอจะเป็นคนแรกที่ได้คืนมงกุฎ เธอทำได้" ในเดือนมิถุนายน 1960 เกือบหนึ่งปีพอดี เขากลายเป็นแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้เข็มขัดกลับคืนมา
.
.
19. การต่อสู้กับความเจ็บปวด (The Battle Against Pain)
.
John F. Kennedy อาจเกิดมาหล่อและรวย แต่เทพไม่ได้ให้มือดีๆ กับเขา เขามีพ่อที่ห่างเหินและเผด็จการ เกิดในครอบครัวที่มีประวัติการเสพติด ร่างกายของเขาเป็นแหล่งของปัญหาต่อเนื่อง ตั้งแต่แผลในกระเพาะ โรค Addison ปัญหาหลังเรื้อรังที่กำเริบจากฟุตบอลและสงคราม Kennedy อยู่ในความเจ็บปวดเกือบตลอดเวลา
.
ในฐานะประธานาธิบดี เขากินยาสารพัด คอร์ติโคสเตียรอยด์ โพรเคน โลโมทิล เทสโทสเตอโรน พาเรกอริก ฟีโนบาร์บิทอล เพนิซิลลิน แอมเฟตามีน และทุกอย่างที่เขาหาได้ เมื่อหมอคนหนึ่งเห็นค็อกเทลของแอมเฟตามีนและยาแก้ปวดที่ Kennedy ฉีดเข้าตัว เขาพยายามเข้าแทรกแซง "ผมไม่สนว่ามันคือฉี่ม้า" Kennedy ตอบ "มันใช้ได้" แต่มันใช้ได้จริงไหม เพราะ Kennedy ต้องการมากขึ้นและมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ
.
วินัยที่แท้คือการเข้าใจว่าความเจ็บปวดบางอย่างไม่สามารถถูกลบได้ มันต้องถูกอดทน วิธีเดียวที่ช่วย Kennedy ได้จริงๆ คือการออกกำลังกาย หมอบอกเขาตรงๆ ว่า "คุณจะกลายเป็นคนพิการในเร็วๆ นี้ถ้าคุณไม่เริ่มออกกำลังกาย" ด้วยการยืดเหยียด การหายใจ การยกน้ำหนัก และคาลิสเธนิกส์ Kennedy ฟื้นความคล่องตัวกลับมาได้มาก
.
Holiday สรุปว่าทุกครั้งที่ใครเสนอวิธีลบความเจ็บปวดของคุณโดยไม่ต้องทำงานจริงๆ ให้สงสัยไว้ก่อน คนที่เสนอความสุขสมขั้นสุดมักจะให้ความเจ็บปวดจริงๆ ในที่สุด
.
.
20. ต่อสู้กับการยั่วยุ (Fight the Provocation)
.
อารมณ์รุนแรงคือเชื้อเพลิงที่ไม่ยั่งยืน มันจุดติดเร็ว ลุกแรง แต่ดับไว และเมื่อดับลงก็เหลือแต่เถ้าถ่านของการตัดสินใจที่เราจะเสียใจในภายหลัง คนที่ปล่อยให้อารมณ์ขับเคลื่อนชีวิตคือคนที่ปล่อยให้พลังที่ตัวเองไม่เข้าใจมาตัดสินอนาคตของตัวเอง
.
หลักการสำคัญคือระหว่างสิ่งกระตุ้นกับการตอบสนอง มีพื้นที่อยู่ พื้นที่นั้นสั้นมาก เพียงไม่กี่วินาที แต่ในพื้นที่นั้นเองคือที่ที่วินัยทำงาน คือที่ที่อิสรภาพของเราอาศัยอยู่
.
คนที่ตอบสนองทันทีคือคนที่ปฏิเสธพื้นที่นี้ ปล่อยให้สัญชาตญาณดิบทำงานแทนสติ ส่วนคนที่หยุดได้แม้เพียงครู่ คือคนที่ได้สอดวินัยของตัวเองเข้าไปก่อนที่อารมณ์จะพาไปยังที่ที่ไม่ควรไป
.
วิธีปฏิบัติคือการมองหาสัญญาณเตือนตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่อารมณ์จะถึงจุดเดือด ความโกรธไม่ได้เกิดจากศูนย์ ความใคร่ไม่ได้เกิดจากศูนย์ ความวิตกไม่ได้เกิดจากศูนย์ ทุกอารมณ์มีจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น
.
คนที่ฝึกสังเกตตัวเองจะจับสัญญาณเหล่านั้นได้ตั้งแต่ระยะที่ยังควบคุมได้ ส่วนคนที่ไม่สังเกตจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รถวิ่งเร็วเกินกว่าจะหยุดแล้ว วินัยทางอารมณ์ไม่ใช่การไม่รู้สึก แต่คือการรู้สึกอย่างเต็มที่และยังคงเลือกได้ว่าจะตอบสนองอย่างไร
.
.
21. ความเงียบคือพละกำลัง (Silence Is Strength)
.
ชาวสปาร์ตันมีชื่อเสียงด้านความกล้าหาญจนเรามักลืมจุดแข็งอีกด้านของพวกเขา ตอนถูกบอกว่าธนูของเซอร์เซสจะบดบังพระอาทิตย์ Leonidas ตอบ "ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็จะสู้ในร่ม" ตอนผู้พิชิตอีกคนขู่ว่าถ้ากองทัพของเขาฝ่ากำแพงสปาร์ตันได้ เขาจะฆ่าทหารทุกคน สปาร์ตันตอบสั้นๆ ว่า "ถ้า..."
.
สไตล์ที่เรียกว่า laconic ของสปาร์ตัน (ซึ่งตั้งชื่อตามพวกเขา) คือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมวินัยในตัวเอง พวกเขาไม่เคยใช้สองคำเมื่อหนึ่งคำก็พอ ไม่เคยพูดมากกว่าที่จำเป็น ไม่ปากร้อน ไม่แชร์เกินขอบเขต "ผู้เชี่ยวชาญในการพูด" Archimedes อธิบายในงานเลี้ยงสปาร์ตัน "ก็รู้ด้วยว่าเมื่อไหร่ไม่ควรพูด" สปาร์ตันคนหนึ่งฟังในการโต้เถียงใหญ่แต่ไม่พูดอะไร "คุณโง่หรือเปล่า" มีคนถาม "คนโง่คงไม่สามารถเงียบได้แน่นอน" เขาตอบ
.
Robert Greene สรุปได้สวยงาม "คนทรงพลังประทับใจและข่มขวัญด้วยการพูดน้อยลง" ความขัดแย้งคือเมื่อมีพลัง คุณได้ใบอนุญาตให้พูดอะไรก็ได้ กับใครก็ได้ เมื่อไหร่ก็ได้ แต่วินัยที่จะไม่ทำสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่สร้างการปรากฏตัวที่คนทรงพลังมี Zeno จะเตือนนักเรียนของเขาว่า "หูสองข้าง ปากหนึ่งข้าง" เคารพอัตราส่วนนั้นให้ถูกต้อง เสียใจในสิ่งที่ไม่ได้พูด ดีกว่าเสียใจในสิ่งที่พูดออกไปแล้ว
.
.
22. รั้งปืน รั้งให้แน่น (Hold, Hold Your Fire)
.
ตลอดทศวรรษ 1930 ขณะที่ Hitler ค่อยๆ ขยายอำนาจในยุโรป Winston Churchill คือเสียงเตือนเพียงไม่กี่เสียงในรัฐสภาอังกฤษที่บอกว่านาซีคือภัยคุกคามที่ต้องจัดการก่อนสาย แต่ไม่มีใครฟัง เขาถูกผลักออกจากอำนาจ ใช้ชีวิตในฐานะนักการเมืองที่หมดอนาคต
.
จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองปะทุขึ้นในปี 1939 และทุกคนเพิ่งตระหนักว่าเขาพูดถูก ในเดือนพฤษภาคม 1940 Churchill ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีในวัย 65 ปี ทั้งหวัง ฝัน วางแผนเพื่อช่วงเวลานี้มาทั้งชีวิต ตอนนี้อำนาจอยู่ในมือเขาแล้ว และความอยากลงมือทำอะไรสักอย่างก็คงจะรุนแรงมาก
.
แต่บททดสอบมาเร็วกว่าที่คิด ในต้นฤดูร้อนปี 1940 กองทัพเยอรมันบุกข้ามฝรั่งเศสอย่างรวดเร็วจนผู้นำฝรั่งเศสเริ่มสิ้นหวัง พวกเขาขอร้องให้อังกฤษส่งกองทัพอากาศ Royal Air Force ข้ามช่องแคบมาช่วยรบ "นี่คือจุดชี้ขาด อังกฤษไม่ควรเก็บเครื่องบินรบสักลำในประเทศ ทั้งหมดควรส่งมาฝรั่งเศส" Maxime Weygand แม่ทัพสูงสุดของฝรั่งเศสอ้อนวอน Churchill ที่การประชุมนอกกรุงปารีส แรงกดดันมหาศาล ชีวิตคนนับล้านอยู่ในมือเขา ทุกส่วนของตัวเขาคงอยากตอบตกลง
.
แต่ Churchill ตอบหลังจากหยุดไตร่ตรองว่า "นี่ไม่ใช่จุดชี้ขาด ช่วงเวลาชี้ขาดจะมาเมื่อ Hitler ส่งกองทัพอากาศ Luftwaffe มาตีอังกฤษ ถ้าเรารักษาน่านฟ้าเหนือเกาะของเราได้ จากนั้นเราจะเอาทุกอย่างคืนให้คุณ" และประวัติศาสตร์พิสูจน์ว่าเขาถูก เครื่องบินที่เก็บไว้กลายเป็นกำลังสำคัญใน Battle of Britain ที่ช่วยอังกฤษจากการพ่ายแพ้
.
ในชีวิต ในสงคราม ในธุรกิจ เรามักมีเพียงช่วงเวลาเดียว โอกาสเดียว ไม่มีใครให้คุณทำใหม่ ไม่มีวันได้กลับไปชดเชยข้อบกพร่องในการเตรียมตัว มีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น คุณต้องแกร่งพอที่จะรอ มีวินัยควบคุมความใจร้อน และทำให้ช่วงเวลานั้นคุ้มค่า
.
.
#จิตวิญญาณ
.
23. เข้มงวดกับตัวเอง อ่อนโยนกับคนอื่น (Tolerant with Others. Strict with Yourself.)
.
Antoninus Pius จักรพรรดิโรมันผู้เป็นพ่อบุญธรรมและครูของ Marcus Aurelius ขึ้นครองราชย์ในสถานการณ์ที่ไม่ยุติธรรมเอามากๆ Hadrian จักรพรรดิคนก่อนเลือกเขาขึ้นเป็นผู้สืบทอด แต่มีเงื่อนไขว่าต้องรับ Marcus เด็กชายคนหนึ่งเป็นบุตรบุญธรรมและฝึกให้เป็นจักรพรรดิคนถัดไป
.
Antoninus จึงเป็นเหมือนตัวคั่นกลาง ตำแหน่งของเขาไม่ใช่ของเขาจริงๆ ตั้งแต่แรก แต่เขาเลือกที่จะไม่บ่น ไม่วางแผนเปลี่ยนเงื่อนไข ไม่ใช้อำนาจเพื่อตัวเอง เขาทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ตลอดยี่สิบสามปี และฝึก Marcus จนกลายเป็นจักรพรรดินักปรัชญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
.
สิ่งที่ Marcus เรียนรู้จาก Antoninus ไม่ใช่ทฤษฎี แต่คือการได้เห็นคนที่เข้มงวดกับตัวเองอย่างที่สุดในชีวิตประจำวัน Antoninus กินอาหารง่ายๆ ไม่หลอกตัวเองด้วยทรัพย์สมบัติ ทำงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำ และในเวลาเดียวกันก็อ่อนโยนกับผู้คนรอบข้างอย่างน่าทึ่ง เขาฟังคำวิจารณ์ของคนอื่นโดยไม่โต้แย้ง ไม่เคยทำให้ใครเสียหน้า ไม่เคยใช้อำนาจเพื่อกดทับคนที่ด้อยกว่า เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าวินัยที่แท้คือการเก็บความเข้มงวดไว้สำหรับตัวเอง และเก็บความเข้าใจไว้สำหรับคนอื่น
.
นี่คือจุดที่หลายคนทำสลับด้านกัน เราเข้มงวดกับคนอื่น คาดหวังให้ทุกคนทำตามมาตรฐานของเรา แต่อ่อนข้อให้ตัวเองทุกครั้งที่ทำผิดพลาด
.
คนที่ปกครองตัวเองได้ดีจะรู้ว่าตัวเองคือเรื่องเดียวที่ตัวเองควบคุมได้จริงๆ ส่วนคนอื่นมีชีวิต ความลำบาก และข้อจำกัดของเขาเอง ที่เราไม่มีทางเข้าใจได้ทั้งหมด การเข้มงวดกับตัวเองคือความรับผิดชอบ ส่วนการอ่อนโยนกับคนอื่นคือปัญญา
.
.
24. ทำให้คนอื่นดีขึ้น (Make Others Better)
.
Holiday ชี้ว่าผู้นำที่แท้จริงไม่ได้วัดด้วยสิ่งที่เขาทำได้คนเดียว แต่วัดด้วยสิ่งที่คนรอบข้างทำได้เพราะเขา Antoninus ปกครองโรมยี่สิบสามปีอย่างสงบสุข แต่มรดกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาไม่ใช่อาคาร ไม่ใช่กฎหมาย ไม่ใช่ชัยชนะในสงคราม แต่คือ Marcus Aurelius คนที่เขาฝึกขึ้นมาทดแทนตัวเอง
.
วินัยของเรามีผลต่อคนรอบข้างมากกว่าที่เราคิด ลูกเห็นพ่อแม่ตื่นเช้าทุกวัน เขาจะเรียนรู้ว่านี่คือเรื่องปกติ พนักงานเห็นเจ้านายมาก่อนคนแรกและกลับหลังคนสุดท้าย เขาจะเริ่มทำตาม นักเรียนเห็นครูยังคงอ่านหนังสือและพัฒนาตัวเอง เขาจะเข้าใจว่าการเรียนรู้ไม่มีจุดจบ Holiday เตือนว่าคุณไม่สามารถสอนวินัยด้วยคำพูดได้ คุณสอนได้ด้วยการเป็นตัวอย่างเท่านั้น
.
แต่ระวัง การทำให้คนอื่นดีขึ้นไม่ใช่การบังคับให้พวกเขาเหมือนคุณ ไม่ใช่การพูดเทศนาทุกครั้งที่พวกเขาทำผิด ไม่ใช่การเปรียบเทียบให้พวกเขารู้สึกเล็กลง
.
วิธีที่ได้ผลคือการเงียบและทำให้ดู ปล่อยให้ผลของวินัยของคุณพูดแทนคุณ คนที่อยู่รอบคนที่มีวินัยจริงๆ จะค่อยๆ ยกระดับตัวเองขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะมาตรฐานคือสิ่งที่ติดต่อได้
.
.
25. สง่างามในยามคับขัน (Grace under Pressure)
.
Hemingway เคยให้คำจำกัดความของความกล้าหาญไว้ว่า "grace under pressure" หรือความสง่างามภายใต้แรงกดดัน ไม่ใช่การไม่กลัว ไม่ใช่การไม่รู้สึก แต่คือการรู้สึกอย่างเต็มที่และยังคงควบคุมตัวเองได้ Queen Elizabeth พูดในวันที่เกิดเหตุระเบิดในลอนดอนปี 2005 ว่า "คำตอบต่อการก่อการร้ายคือชาวลอนดอนที่ยังคงใช้ชีวิตอย่างสงบและมุ่งมั่น"
.
มีเรื่องเล่าในกรุงโรมยุคจักรพรรดิ Caligula ผู้บ้าคลั่งที่ส่งบุตรชายของขุนนางชื่อ Pastor ไปประหารด้วยข้อหาที่กุขึ้นมา แล้วยังหยามด้วยการเชิญ Pastor มางานเลี้ยงในคืนเดียวกัน Pastor ปรากฏตัวที่งาน ดื่มแก้วที่จักรพรรดิยกให้จนหมด รับของขวัญที่ส่งมา ไม่แสดงความโกรธหรือความเศร้าแม้แต่นิดเดียว ทั้งที่ภายในใจของเขาคงแหลกสลาย ทำไมเขาทำได้ คำตอบคือเขายังมีลูกอีกคน ความสง่างามของเขาคือสิ่งเดียวที่ปกป้องลูกที่เหลือจากความโหดเหี้ยมของ Caligula ได้
.
นี่คือสิ่งที่วินัยขั้นสูงสุดเรียกร้องจากเรา บางครั้งความเข้มแข็งไม่ใช่การโต้กลับ แต่คือการกลืนความเจ็บปวด เก็บน้ำตา ระงับความโกรธ เพื่อปกป้องคนที่คุณรัก เพื่อทำให้ภารกิจสำคัญดำเนินต่อได้
.
Seneca พูดประโยคที่ตรงประเด็นว่า "ไม่ใช่สิ่งที่คุณแบกที่สำคัญ แต่คือวิธีที่คุณแบกมันต่างหาก" คนที่ยิ่งใหญ่จริงๆ แบกมันด้วยความสง่างาม ด้วยท่าทีที่สงบ ด้วยวินัย
.
.
26. แบกภาระแทนคนอื่น (Carry the Load for Others)
.
สิทธิพิเศษของการเป็นผู้นำคือการได้นำ ไม่ใช่การได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่าคนอื่น ตำแหน่งสูงไม่ใช่รางวัล แต่คือหน้าที่ที่หนักขึ้น คนที่เข้าใจหลักการนี้จะรับภาระเพิ่มจากตำแหน่งโดยไม่บ่น ส่วนคนที่ไม่เข้าใจจะมองตำแหน่งเป็นใบอนุญาตให้สบายขึ้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเสื่อมถอย
.
ผู้นำที่แท้จริงเข้างานเป็นคนแรกและออกจากงานเป็นคนสุดท้าย รับผิดเป็นคนแรกและรับชอบเป็นคนสุดท้าย ทำงานหนักที่สุด ไม่ใช่เพราะกฎบังคับ แต่เพราะนี่คือสิ่งที่ตอบตกลงเมื่อรับตำแหน่ง คนที่สั่งให้ลูกน้องเสียสละโดยที่ตัวเองไม่ยอมขยับ คือคนที่ทำลายความไว้วางใจของทีมตั้งแต่วันแรก และจะไม่มีวันสร้างมันกลับมาได้
.
วินัยขั้นสูงสุดในเรื่องนี้คือการแบกอย่างเงียบๆ คนที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกผิดทุกครั้งที่ช่วย คือคนที่กำลังขอคำขอบคุณ ไม่ใช่กำลังให้ความช่วยเหลือ การเสียสละที่ต้องประกาศตัวเองไม่ใช่การเสียสละ มันคือการลงทุนที่รอผลตอบแทน ส่วนการแบกที่แท้จริงคือการทำให้ภาระของคนอื่นเบาลงโดยที่พวกเขาแทบไม่รู้ตัว
.
Holiday บอกว่าการเป็นเจ้านายคืองาน แต่การเป็นผู้นำคือสิ่งที่ต้องสร้างขึ้นจากการกระทำ
.
.
27. ใจดีกับตัวเองบ้าง (Be Kind to Yourself)
.
Cleanthes นักปรัชญาสโตอิกเดินผ่านชายคนหนึ่งที่กำลังด่าทอตัวเองอย่างรุนแรงในความผิดพลาดที่เขาทำ Cleanthes หยุดและพูดอย่างอ่อนโยนว่า "จำไว้นะ คุณไม่ได้กำลังคุยกับคนเลว" นี่คือประเด็นที่ Holiday ชี้ว่าวินัยที่แท้ไม่ใช่การเป็นทรราชของตัวเอง เราเข้มงวดกับตัวเอง เรามีมาตรฐานสูง เราไม่ยอมรับข้ออ้าง แต่ไม่ได้แปลว่าเราต้องทรมานตัวเองเมื่อทำพลาด
.
หลายคนเข้าใจผิดว่าการเป็นคนที่มีวินัยคือการใจร้ายกับตัวเองตลอดเวลา ทุกครั้งที่ทำพลาด ต้องด่าตัวเอง ทุกครั้งที่ไม่ถึงเป้า ต้องเกลียดตัวเอง Thoreau เขียนไว้ว่า "การมีหัวหน้างานทางใต้ที่โหดร้ายก็เลวร้ายพอแล้ว มีหัวหน้างานทางเหนือยิ่งเลวร้ายกว่า แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือเมื่อคุณเป็นผู้คุมทาสของตัวเอง" คุณไม่ชอบให้ใครเป็นทรราช แล้วทำไมต้องเป็นทรราชกับตัวเองด้วย
.
Seneca สรุปการเดินทางทางปรัชญาทั้งชีวิตของเขาในประโยคหนึ่งว่า "ฉันก้าวหน้าไปแค่ไหนแล้ว ฉันได้กลายเป็นเพื่อนของตัวเอง" ลองคิดดู ถ้าเพื่อนสนิทของคุณมาบ่นว่าเขาทำพลาด คุณจะพูดอะไรกับเขา คุณจะให้กำลังใจ คุณจะช่วยเขามองภาพรวม คุณจะไม่ปล่อยให้เขาด่าตัวเอง คุณต้องเป็นเพื่อนแบบนั้นกับตัวเอง
.
.
28. พลังของการให้พลังออกไป (The Power of Giving Power Away)
.
หลังจาก George Washington ชนะสงครามปฏิวัติอเมริกาในปี 1783 เขามีอำนาจมากกว่ากษัตริย์ใดๆ ในยุคนั้น เขาสามารถสถาปนาตัวเองเป็นกษัตริย์อเมริกา ตั้งราชวงศ์ ปกครองอาณานิคมใหม่ทั้งทวีปได้อย่างง่ายดาย แต่เขาเลือกที่จะคืนอำนาจให้รัฐสภาและกลับบ้านที่ Mount Vernon เมื่อ King George III แห่งอังกฤษได้ยินเรื่องนี้ เขาพูดอย่างไม่อยากเชื่อว่า "ถ้าเขาทำอย่างนั้นจริงๆ เขาจะเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก"
.
ประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยคนที่ได้อำนาจแล้วถูกอำนาจกลืนกิน Nero, Napoleon, ผู้นำเผด็จการนับไม่ถ้วน อำนาจไม่ใช่แค่ทำให้คนเสื่อม แต่อำนาจเผยสิ่งที่อยู่ในตัวคนคนนั้นจริงๆ
.
Holiday ยกตัวอย่าง Dov Charney ผู้ก่อตั้ง American Apparel ที่เริ่มต้นด้วยอุดมการณ์แรงงานที่เป็นธรรม แต่เมื่อบริษัทประสบความสำเร็จ เขาไม่สามารถปล่อยอำนาจให้ใครได้ ปฏิเสธที่จะให้คนอื่นมาช่วยบริหาร สุดท้ายทำลายบริษัทที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยมือของเขาเอง
.
Plato เคยพูดว่าผู้นำที่ดีที่สุดคือคนที่ไม่ต้องการอำนาจ พวกเขาไม่ต้องการมัน เพราะพวกเขาได้ปกครองตัวเองสำเร็จแล้ว ส่วนคนที่อยากได้อำนาจมากที่สุดมักจะเป็นคนที่ใช้อำนาจได้แย่ที่สุด
.
Churchill เคยถูก Queen Elizabeth เสนอตำแหน่งดยุค เขาเกือบหลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มใจ แต่ปฏิเสธในที่สุด "ผมต้องตายไปในแบบที่ผมเป็นมาตลอด คือ Winston Churchill" ความยิ่งใหญ่ไม่ใช่ตำแหน่ง ไม่ใช่อำนาจ ไม่ใช่ทรัพย์สมบัติ มันคือสิ่งที่คุณเป็น
.
.
29. อดทนสิ่งที่ทนไม่ได้ (Endure the Unendurable)
.
ในเดือนตุลาคม 1802 Beethoven วัยสามสิบสองอยู่ในห้องเล็กๆ ที่ Heiligenstadt คิดจะฆ่าตัวตาย หูของเขากำลังหายไปทีละน้อย โรคที่ใครๆ ก็รู้ว่ารักษาไม่ได้ในยุคนั้น
.
สำหรับนักดนตรี การสูญเสียการได้ยินคือความตายในรูปแบบที่โหดร้ายที่สุด เขาเขียนจดหมายถึงน้องชายว่า "ฉันถูกทอดทิ้งโดยไร้ความหวังมาหกปีแล้ว... ที่ขัดขวางฉันไม่ให้จบชีวิตคือศิลปะของฉันเท่านั้น"
.
แต่ Beethoven ไม่ได้จบชีวิตตัวเอง เขาเลือกที่จะอดทนต่อไป แต่งเพลงต่อไป แม้หูจะดับสนิทในที่สุด เพลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา รวมถึง Symphony No. 9 ถูกเขียนขึ้นในช่วงที่เขาไม่ได้ยินอะไรเลย เขาแต่งโดยใช้จินตนาการล้วนๆ
.
Holiday ชี้ว่าวินัยขั้นสูงสุดไม่ใช่แค่การตื่นเช้า ไม่ใช่แค่การไม่กินขนม แต่คือการตัดสินใจที่จะมีชีวิตต่อในวันที่ทุกอย่างพังทลาย คือการลุกขึ้นไปทำงานในวันที่ร่างกายไม่อยากให้ลุก
.
Stoic มีคำว่า karteria แปลว่าความอดทนที่ลึกที่สุด อดทนที่ไม่ใช่แค่กับความเหนื่อย แต่กับชีวิตเอง
.
.
30. วินัยคือคุณธรรม คุณธรรมคือวินัย (Self-Discipline Is Virtue. Virtue Is Self-Discipline.)
.
Steinbeck เคยเขียนนิยายเรื่อง East of Eden โดยมีหัวใจของเรื่องอยู่ที่คำภาษาฮีบรูคำเดียวคือ timshel ในพระคัมภีร์เล่าเรื่องที่พระเจ้าพูดกับเคนหลังจากเขาฆ่าเอเบลน้องชาย
.
ฉบับแปลเดิมใช้คำว่า "เจ้าจะต้อง" เอาชนะบาป (thou shalt) ในขณะที่ฉบับแปลใหม่บางฉบับใช้คำว่า "จงเอาชนะ" (do thou) ซึ่งฟังดูเหมือนคำสั่ง
.
แต่ Steinbeck ค้นคว้ากับนักแปลภาษาฮีบรูจนพบว่าคำเดิม timshel แปลว่า "เจ้าอาจจะ" (thou mayest) ซึ่งเปลี่ยนความหมายทั้งหมดของเรื่อง พระเจ้าไม่ได้สั่ง พระเจ้าไม่ได้สัญญา พระเจ้าเสนอทางเลือก
.
ตัวละครในนิยายเรียกคำนี้ว่า "อาจเป็นคำที่สำคัญที่สุดในโลก" เพราะมันบอกว่ามนุษย์มีอิสรภาพในการเลือก และอิสรภาพนั้นคือสิ่งที่ทำให้เราเป็นมนุษย์อย่างเต็มที่
.
ทุกวันเราเลือกระหว่างวินัยกับการขาดวินัย ระหว่างคุณธรรมกับอบายมุข ระหว่างเส้นทางที่ยากแต่สมศักดิ์ศรีกับเส้นทางที่ง่ายแต่ทำให้เราอ่อนแอลง
.
และคำตอบสุดท้ายของการเลือกเหล่านั้นรวมกัน ตลอดทศวรรษนี้และทศวรรษต่อไป คือสิ่งที่เราเรียกว่าชะตากรรมของเรา Discipline Is Destiny ครับ
.
.
.
.
#SuccessStrategies

Pond Apiwat Atichat

Real Estate Rental Business , Creator , Writer , Law Student

Currently Studying Bachelor of Laws at Chulalongkorn University

First Class Honors in Bachelor of Arts at Ramkhamhaeng University

Previous
Previous

สรุป 30 ข้อคิดจากหนังสือ Range: Why Generalists Triumph in a Specialized World เขียนโดย David Epstein

Next
Next

ทำความรู้จัก 10 ตัวตนที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ จากหนังสือ The Ten Types of Human ของ Dexter Dias