50 ข้อคิดสั้นๆ จากหนังสือ $100M Offers ของ Alex Hormozi
1. ถ้าคุณไม่เติบโต คุณก็กำลังตายอย่างช้าๆ = การอยู่กับที่ไม่มีอยู่จริงในโลกทุนนิยม เพราะตลาดเติบโตเฉลี่ยปีละ 9% ถ้าธุรกิจคุณไม่โตตาม ก็แปลว่าคุณกำลังถอยหลังลงคลอง
.
2. อย่าก็อปปี้คนถังแตก = ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ตั้งราคาโดยดูคู่แข่งแล้วตั้งให้ต่ำกว่า แต่คู่แข่งที่คุณลอกเลียนแบบนั้นก็กำลังดิ้นรนหนีตายเหมือนกัน
.
3. สินค้าโหลคือการทำร้ายตัวเองและลูกค้า = เมื่อคุณลดราคา คุณก็ต้องลดคุณภาพ ไม่มีเงินจ้างคนเก่ง และไม่มีเงินพัฒนาระบบ สุดท้ายบริการก็ห่วยสมราคา
.
4. จงสร้างข้อเสนอที่ไม่มีใครเทียบได้ = ทางออกเดียวจากวัฏจักรการหั่นราคาคือการสร้างข้อเสนอระดับแกรนด์สแลม ที่ทำให้คุณกลายเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวในหมวดหมู่ที่คุณสร้างขึ้นเอง
.
5. ข้อได้เปรียบเดียวที่คุณต้องการคือฝูงชนผู้หิวโหย = ต่อให้สินค้าคุณธรรมดาแค่ไหน แต่ถ้าคุณขายให้คนที่กำลังหิวกระหาย คุณก็จะขายหมดอยู่ดี
.
6. เลือกตลาดให้ถูก ชีวิตเปลี่ยน = เขายกตัวอย่างคนที่เปลี่ยนจากธุรกิจหนังสือพิมพ์ที่กำลังหดตัว มาทำหน้ากากอนามัย ภายใน 5 เดือนทำเงินได้หลายล้านดอลลาร์ต่อเดือน
.
7. ตลาดที่ดีต้องมี 4 องค์ประกอบ = ผู้คนต้องเจ็บปวดมหาศาล มีกำลังซื้อ รวมตัวกันอยู่ให้พุ่งเป้าได้ง่าย และตลาดต้องกำลังเติบโต
.
8. หยุดกระโดดข้ามตลาดไปเรื่อย = การเปลี่ยนตลาดไปมาเพราะยังไม่รวยชั่วข้ามคืน มีแต่จะทำให้คุณต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
.
9. ยิ่งเจาะจง ยิ่งตั้งราคาแพงได้ = คอร์สบริหารเวลาทั่วไปขาย 20 ดอลลาร์ แต่พอเจาะจงเป็นคอร์สสำหรับพนักงานขาย B2B สายเครื่องมือช่าง อาจขายได้ถึง 2,000 ดอลลาร์ เพราะลูกค้ารู้สึกทันทีว่านี่คือของที่สร้างมาเพื่อพวกเขาคนเดียว แม้เนื้อหาข้างในจะเหมือนกันแทบทุกระเบียดนิ้ว
.
10. การแข่งกันหั่นราคาคือเกมของบริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่ใช่ของคุณ = โมเดลสู้ด้วยราคาถูกออกแบบมาสำหรับบริษัทที่มีเงินทุนมหาศาลและยอมขาดทุนเป็นปีๆ ได้ ถ้าคุณเป็นธุรกิจที่ต้องกินต้องใช้ทุกเดือน การเล่นเกมนี้คือทางตรงสู่นรก
.
11. ราคาคือสิ่งที่คุณจ่าย คุณค่าคือสิ่งที่คุณได้รับ = ความลับของธุรกิจคือการสร้างช่องว่างระหว่างราคาที่ลูกค้าจ่ายกับคุณค่าที่พวกเขาได้รับให้กว้างที่สุด
.
12. ลดราคาคือวงจรแห่งความหายนะ = ขายถูก ลูกค้าไม่เห็นคุณค่า ได้ลูกค้าเกรดต่ำ ไม่มีกำไรพัฒนาสินค้า บริการห่วยแตก แล้วก็ต้องลดราคาอีก วนเวียนไม่จบสิ้น
.
13. ตั้งราคาแพงคือวงจรศักดิ์สิทธิ์ = ลูกค้าจ่ายแพงก็ผูกพันและตั้งใจทำตาม ผลลัพธ์ดีขึ้น ลูกค้าพึงพอใจ มีกำไรพัฒนาสินค้า ทุกอย่างดีขึ้นเป็นทวีคูณ
.
14. ราคาแพงช่วยยกระดับคุณค่าในสายตาลูกค้า = งานวิจัยพบว่าคนให้คะแนนไวน์แก้วที่แปะป้ายราคาแพงว่ามีรสชาติดีที่สุด ทั้งที่เป็นไวน์ชนิดเดียวกันทุกประการ
.
15. จงตั้งราคาจนพูดออกมาแล้วหน้าสั่น = ถ้าพ่อของอเล็กซ์ยอมจ่าย 42,000 ดอลลาร์เพื่อแลกกับรายได้เพิ่ม 239,000 ดอลลาร์ภายใน 11 เดือน ลูกค้าของคุณก็ยอมจ่ายเช่นกัน ตราบใดที่คุณค่าที่ได้รับมันทิ้งห่างราคาที่จ่ายอย่างมหาศาล
.
16. เป้าหมายคือเรียกเงินให้แพงที่สุดเท่าที่จะทำได้ = บริษัทระดับโลกทุกแห่งชาร์จเงินมหาศาลสำหรับสิ่งที่มีต้นทุนแทบเท่ากับศูนย์ คุณก็ควรทำเช่นกัน
.
17. สมการแห่งคุณค่ามี 4 ตัวแปร = ผลลัพธ์ในฝัน x ความน่าจะเป็นที่จะสำเร็จ หารด้วย ระยะเวลารอคอย + ความพยายามที่ต้องลงมือทำ
.
18. ทำให้ตัวแปรด้านล่างเป็นศูนย์ คุณค่าก็พุ่งสู่อนันต์ = ถ้ามีปุ่มกดแล้วได้ซิกซ์แพ็กทันทีโดยไม่ต้องออกกำลังกาย สินค้านั้นจะมีมูลค่ามหาศาลเกินจินตนาการ
.
19. มนุษย์ให้ความสำคัญกับความรู้สึกมากกว่าความเป็นจริง = รถไฟลอนดอนไม่ต้องวิ่งเร็วขึ้น แค่ติดป้ายบอกเวลาก็ลดความทรมานในการรอคอยได้แล้ว
.
20. คนยอมจ่ายแพงให้กับความสบาย = ยาซาแน็กซ์เป็นอุตสาหกรรมหมื่นล้าน เพราะกดความเครียดได้ใน 15 นาที ขณะที่ธุรกิจสอนสมาธิไม่เคยทำเงินระดับนั้นเลย
.
21. ปลดล็อกสมองจากคำตอบเดียว = โลกธุรกิจต้องการทักษะการคิดแบบกระจายตัว ไม่ใช่แค่หาคำตอบที่ถูกต้องข้อเดียวเหมือนในห้องเรียน
.
22. อิฐก้อนเดียวมีประโยชน์นับร้อยแบบ = ถ้าคุณตั้งคำถามว่ามันทำจากอะไร รูปร่างแบบไหน คำตอบก็จะพรั่งพรูออกมาไม่หยุด นี่คือวิธีคิดที่ต้องใช้สร้างข้อเสนอ
.
23. ไม่มีใครอยากได้สมาชิกยิม คนอยากลดน้ำหนัก = จงระบุผลลัพธ์ในฝันของลูกค้าให้ชัดเจน อย่าขายตัวบริการ จงขายปลายทางที่พวกเขาปรารถนา
.
24. ยิ่งเจอปัญหาเยอะ ยิ่งเป็นข่าวดี = ทุกปัญหาของลูกค้าคือโอกาสในการสร้างคุณค่า จงลิสต์ปัญหาทุกอย่างที่ลูกค้าต้องเจอระหว่างทาง
.
25. พลิกปัญหาเป็นทางออกด้วยคำว่า "วิธีการ" = จากปัญหา "ซื้ออาหารคลีนแพงและนาน" เปลี่ยนเป็น "วิธีการซื้ออาหารคลีนให้เสร็จเร็วและจ่ายน้อยกว่าปกติ"
.
26. อย่าหลงรักวิธีการของตัวเอง จงแก้ปัญหาของลูกค้า = อเล็กซ์เคยยืนกรานให้ลูกค้าทำอาหารเองจนพลาดยอดขาย แต่พอยอมทำคู่มือสั่งอาหารนอกบ้าน ลูกค้าก็ควักเงินจ่ายทันที
.
27. ปิดตายทุกข้ออ้างด้วยทางออกที่สมบูรณ์แบบ = เมื่อคุณเตรียมทางออกสำหรับทุกอุปสรรค ลูกค้าจะรู้สึกว่าตัวเองคงโง่มากหากเดินจากไปโดยไม่ซื้อ
.
28. ยิ่งขายง่าย ยิ่งส่งมอบยาก = นี่คือตาชั่งแห่งความเหนื่อยยากที่ทุกธุรกิจต้องเผชิญ คุณต้องหาจุดสมดุลที่เหมาะสมระหว่างสองด้าน
.
29. สร้างกระแสก่อน แล้วค่อยสร้างกำแพง = จงกอบโกยเงินให้เต็มกระเป๋าก่อน แล้วค่อยสร้างระบบคัดกรองลูกค้าทีหลัง
.
30. เริ่มต้นด้วยการเหนื่อยเพื่อสร้างเงินสด = ในตอนเริ่มต้น จงยอมประเคนของดีให้ลูกค้าจนล้นหลาม แล้วค่อยนำเงินมาพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพในระยะยาว
.
31. เปลี่ยนวิธีส่งมอบ ไม่ใช่คำมั่นสัญญา = อเล็กซ์เปลี่ยนจากลงไปทำเองที่ยิมทุกแห่ง มาเป็นสอนให้เจ้าของยิมทำเอง คำมั่นเหมือนเดิม แต่ช่วยได้เป็นร้อยแห่ง
.
32. ใช้ลูกบาศก์แห่งการส่งมอบปลดปล่อยจินตนาการ = ลองคิดในหลายมิติ ตั้งแต่ระดับความใส่ใจ ความพยายามของลูกค้า รูปแบบการสื่อสาร ไปจนถึงความเร็วในการตอบกลับ
.
33. ตัดสิ่งที่ต้นทุนสูงแต่คุณค่าต่ำทิ้งไป = ประเมินทุกองค์ประกอบด้วยเกณฑ์ต้นทุนเทียบคุณค่า แล้วเก็บเฉพาะสิ่งที่ต้นทุนต่ำแต่คุณค่าสูง
.
34. สร้างครั้งเดียว ส่งมอบให้คนหมู่มากตลอดกาล = โปรแกรมเอ็กเซลที่อเล็กซ์ทำร้อยชั่วโมง กลายเป็นขุมทรัพย์ที่ใช้ช่วยลูกค้านับแสนได้โดยต้นทุนผลิตซ้ำเป็นศูนย์
.
35. มัดรวมเป็นแพ็กเกจเพื่อทำลายการเปรียบเทียบ = เมื่อสินค้ากลายเป็นแพ็กเกจครบวงจร ลูกค้าจะไม่สามารถเอาไปเทียบราคากับยิมปากซอยได้อีกต่อไป
.
36. มนุษย์อยากได้ในสิ่งที่ครอบครองไม่ได้ = และความปรารถนาจะมอดดับทันทีที่ได้มันมา นี่คือหลักจิตวิทยาพื้นฐานของความขาดแคลนที่คุณต้องเข้าใจ
.
37. รับน้อยแต่คิดแพง ดีกว่ารับหมดแต่คิดถูก = แทนที่จะรับลูกค้า 10 คนราคา 500 ดอลลาร์ ให้รับแค่ 2 คนราคา 5,000 ดอลลาร์ เหนื่อยน้อยลงแต่ได้กำไรมากขึ้น
.
38. คนกลัวสูญเสียโอกาสมากกว่าอยากได้ของรางวัล = ยิ่งคุณทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถ้าไม่รีบตัดสินใจ ของจะหลุดมือไปตลอดกาล พวกเขาก็จะยิ่งรีบโอนเงิน
.
39. ยอดขายครึ่งหนึ่งเกิดในช่วง 4 ชั่วโมงสุดท้าย = เส้นตายคือตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทรงพลังที่สุด ถ้าไม่มีเส้นตาย ลูกค้าจะผัดวันประกันพรุ่งจนลืมคุณ
.
40. เปลี่ยนป้ายโปรโมชันไปตามเทศกาล = เนื้อหาเดิม เปลี่ยนแค่ชื่อ เดือนมกราก็โปรปีใหม่ กุมภาก็โปรวาเลนไทน์ มีวันเริ่มต้นและสิ้นสุดเพื่อสร้างความเร่งด่วน
.
41. อย่าลดราคา จงเพิ่มของแถม = การลดราคาทำลายคุณค่าสินค้า แต่การเพิ่มของแถมคือการขยายช่องว่างระหว่างราคาที่จ่ายกับคุณค่าที่ได้รับ
.
42. แยกของแถมออกมาตั้งชื่อและแปะราคาแต่ละชิ้น = อย่ามัดรวมกับสินค้าหลัก ให้ลูกค้าเห็นว่าพวกเขาได้ของกำนัลเพิ่มเติมมูลค่าหลายร้อยดอลลาร์
.
43. ของแถมที่ดีคือเครื่องมือกำจัดข้ออ้าง = ถ้าลูกค้าบ่นว่าไม่มีเวลาทำอาหาร ของแถมก็ควรเป็นคู่มือทำอาหารคลีนใน 5 นาที แก้ปัญหาดักหน้าก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยปาก
.
44. ใช้คนอื่นสร้างของแถมให้คุณฟรี = เจรจากับธุรกิจอื่นให้มอบวอชเชอร์เป็นของแถม พวกเขาได้ลูกค้าใหม่ คุณได้ของแถมมูลค่าสูงโดยไม่เสียเงินสักแดง
.
45. ความเสี่ยงคือข้อโต้แย้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการขาย = มนุษย์กลัวถูกหลอกมากที่สุด คุณต้องรับความเสี่ยงทั้งหมดนั้นมาแบกไว้บนบ่าของตัวเองผ่านการรับประกัน
.
46. จงเชื่อมั่นในตัวเลข ไม่ใช่อารมณ์ = แม้การรับประกันจะทำให้อัตราการคืนเงินเพิ่มเป็น 2 เท่า แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้น 130% จะทำให้กำไรสุทธิเพิ่มอยู่ดี
.
47. การรับประกันที่บ้าคลั่งสร้างเงินมหาศาล = อเล็กซ์ยกตัวอย่างเจสัน ที่รับประกันว่าจะซื้อร้านคืน 25,000 ดอลลาร์ถ้าไม่ได้กำไร ผลคือทำเงินเพิ่ม 3 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว จ่ายคืนแค่ 10 ร้าน
.
48. ชื่อข้อเสนอที่ดีต้องผสม 5 องค์ประกอบ = แม่เหล็กดึงดูดใจ (เหตุผลจัดโปรโมชัน) + ชื่อกลุ่มเป้าหมาย + เป้าหมายในฝัน + ระยะเวลาเห็นผล + คำที่สื่อถึงแพ็กเกจรวมมิตร ยิ่งคล้องจองยิ่งจำง่าย และสิ่งสุดท้ายที่ควรแก้คือแก่นแท้ของข้อเสนอ จงเปลี่ยนป้ายหน้าตึกก่อนเสมอ
.
49. เงินแสนดอลลาร์แรกเป็นเรื่องบัดซบที่สุด แต่คุณต้องหาให้ได้ = ชาร์ลี มังเกอร์กล่าวว่าหลังจากนั้นชีวิตจะเริ่มผ่อนคันเร่งได้บ้าง จงอดทนจนถึงจุดนั้นให้ได้
.
50. จงสร้างข้อเสนอที่ทำให้คนรู้สึกโง่ถ้าปฏิเสธ = ทุกอย่างในหนังสือเล่มนี้ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตลาด การตั้งราคา สมการแห่งคุณค่า ความขาดแคลน ของแถม และการรับประกัน ล้วนเป็นจิ๊กซอว์ที่ประกอบเข้าด้วยกันเพื่อเป้าหมายเดียว คือทำให้ข้อเสนอของคุณทรงพลังจนลูกค้าไม่มีเหตุผลใดในโลกที่จะเดินจากไป
.
.
.
.
#SuccessStrategies