15 ข้อคิดที่ทำให้คนธรรมดากลายเป็นคนรวยที่สุดในเมือง จากหนังสือ THE RICHEST MAN IN BABYLON เขียนโดย George S. Clason

ในปี ค.ศ. 1926 George S. Clason ตีพิมพ์หนังสือเล่มเล็กที่เล่าเรื่องชาวบาบิโลนกลุ่มหนึ่งเมื่อหกพันปีก่อน ช่างทำรถม้าที่ทำงานหนักทั้งชีวิตแต่กระเป๋าว่างเปล่า เสมียนหนุ่มที่กลายเป็นคนรวยที่สุดในเมือง พ่อค้าอูฐที่เคยเป็นทาสในซีเรีย และพ่อค้ามั่งคั่งที่ครั้งหนึ่งเคยถูกล่ามโซ่เดินเข้าเมือง
.
เทคโนโลยีเปลี่ยน เครื่องมือเปลี่ยน รูปแบบของเงินเปลี่ยน จากเหรียญทองมาเป็นธนบัตร จากธนบัตรมาเป็นตัวเลขในแอปธนาคาร แต่พฤติกรรมที่ทำให้คนคนหนึ่งจบเดือนแบบมีเงินเหลือ หรือพฤติกรรมที่ทำให้อีกคนหนึ่งจบเดือนแบบกระเป๋าว่าง กลับเป็นพฤติกรรมชุดเดียวกันมาตลอด
.
การใช้น้อยกว่าที่หาได้ การให้เงินทำงานแทนตัวเอง การหลีกเลี่ยงสิ่งที่ตัวเองไม่เข้าใจ การเตรียมพร้อมรับวันที่พายุมา คนบาบิโลนเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ผ่านแผ่นดินเหนียวและเรื่องเล่ารอบกองไฟ คนยุคนี้เรียนผ่านหนังสือและพอดแคสต์ แต่บทเรียนยังเป็นบทเรียนเดียวกัน
.
ต่อไปนี้คือ 15 ข้อคิดจากเรื่องเล่าในหนังสือครับ
.
.
==============
.
1. สิ่งที่คุณกำลังทำซ้ำ ๆ ทุกวัน คือสิ่งที่กำลังหล่อหลอมชีวิตคุณอยู่
.
เรื่องราวเริ่มต้นที่ Bansir ช่างทำรถม้าฝีมือดีที่สุดในบาบิโลน นั่งทอดอารมณ์อยู่บนกำแพงเตี้ย ๆ หน้าบ้าน ภรรยายืนมองอยู่ที่ประตู เพราะถุงข้าวสารใกล้หมดแล้ว แต่เขายังนั่งคิดไม่ตก ทั้งชีวิตเขาทำงานหนัก สร้างรถม้าที่ลูกค้าผู้มั่งคั่งสั่งทำ และเขาก็ได้รับเงินตอบแทน แต่เงินไหลผ่านมือเขาราวกับน้ำผ่านตะแกรง
.
สิ่งที่ทำให้ Bansir ตกใจคือคำพูดของ Kobbi เพื่อนนักดนตรีที่บอกว่า "ในสิ่งที่เราทุ่มเทพยายามมากที่สุด เราย่อมประสบความสำเร็จ ท่านพยายามสร้างรถม้าที่ดีที่สุด ท่านก็ได้สิ่งนั้น ส่วนข้าพยายามเป็นนักเล่นพิณที่เก่งที่สุด ข้าก็ได้สิ่งนั้น แต่ทั้งสองคนไม่เคยทุ่มเทพยายามที่จะรวย"
.
นี่คือบทเรียนแรกที่บาบิโลนสอน ความยากจนไม่ได้เกิดเพราะคนทำงานน้อย แต่เกิดเพราะคนใช้เวลาทั้งชีวิตไปกับการเป็นเลิศในสิ่งหนึ่ง โดยไม่เคยใช้เวลาเรียนรู้กฎของเงินแม้แต่นาทีเดียว
.
ความสำเร็จในงานไม่ได้แปลว่ารวย และคนที่ทำงานหนักที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีเงินที่สุด สิ่งที่ทำให้คนคนหนึ่งรวยคือการตั้งใจจะรวย และทุ่มเทศึกษาวิธีรวยอย่างเป็นระบบ เหมือนที่เขาทุ่มเทเรียนวิชาชีพของตัวเอง
.
.
2. ส่วนหนึ่งของทุกบาทที่คุณหามาได้ คือของคุณที่ต้องเก็บไว้
.
Arkad เด็กหนุ่มจากครอบครัวพ่อค้าธรรมดา ทำงานเป็นเสมียนแกะสลักกฎหมายลงบนแผ่นดินเหนียวในห้องเก็บเอกสาร คืนหนึ่งเขาแกะสลักกฎหมายให้ Algamish เศรษฐีปล่อยกู้ทันก่อนรุ่งสาง แลกกับคำถามเดียวว่า "ทำอย่างไรจึงจะรวย" Algamish ตอบสั้น ๆ ว่า "ข้าค้นพบหนทางสู่ความมั่งคั่งเมื่อข้าตัดสินใจว่า ส่วนหนึ่งของทุกสิ่งที่ข้าหามาได้ คือของข้าที่จะเก็บไว้"
.
ประโยคนี้ฟังดูง่ายจนน่าหัวเราะ แต่ Algamish อธิบายต่อว่าคนส่วนใหญ่จ่ายให้ทุกคน ทั้งช่างตัดเสื้อ ช่างทำรองเท้า คนขายอาหาร แต่ไม่เคยจ่ายให้ตัวเอง พวกเขาทำงานหนักเพื่อคนอื่นเหมือนทาส และเหลือไว้เพียงเศษเสี้ยวที่ใช้หมดในคืนเดียว
.
Algamish กำหนดเลขขั้นต่ำไว้ว่าหนึ่งในสิบของรายได้ทุกครั้งต้องเป็นของตัวเอง ไม่ว่ารายได้จะน้อยแค่ไหน และต้องจ่ายให้ตัวเองก่อนใครทั้งสิ้น
.
Arkad ลองทำตาม และพบความจริงประหลาดอย่างหนึ่ง เมื่อเขาใช้จ่ายเหลือเก้าในสิบส่วน ชีวิตเขาไม่ได้ลำบากขึ้นเลยแม้แต่น้อย ค่าใช้จ่ายของคนเรามักจะปรับให้พอดีกับรายได้เสมอ ดังนั้นการตัดออกหนึ่งในสิบจึงไม่เปลี่ยนคุณภาพชีวิต แต่กลับเปลี่ยนชะตาชีวิต
.
.
3. ถามคำแนะนำเรื่องเงินจากคนที่ทำเงินเป็นเท่านั้น
.
ปีถัดมา Algamish กลับมาถาม Arkad ว่าเก็บเงินไปทำอะไร Arkad ตอบอย่างภาคภูมิใจว่าให้ Azmur ช่างทำอิฐที่เดินทางข้ามทะเลไปเมือง Tyre ซื้ออัญมณีฟินิเชียนมาขายต่อกำไรด้วยกัน
.
Algamish หัวเราะหึๆก่อนพูดว่า "เด็กโง่ทุกคนต้องเรียนรู้ แต่ทำไมต้องเชื่อความรู้ของช่างอิฐในเรื่องอัญมณี ท่านจะไปถามคนทำขนมปังเรื่องดวงดาวไหม" และเรื่องก็เป็นไปอย่างนั้นจริง ๆ พวกฟินิเชียนเป็นมิจฉาชีพ Azmur ถูกขายเศษแก้วแทนอัญมณี เงินออมหนึ่งปีของ Arkad หายไปในพริบตา
.
Clason ตอกย้ำบทเรียนนี้ผ่าน Mathon คนปล่อยกู้ผู้มีกล่องสัญลักษณ์เก็บเหรียญและของจำนำของลูกหนี้ทุกคนไว้ Mathon เล่าว่าตอนเขาเป็นพ่อค้าหนุ่ม เขาก็เคยขาดทุนเพราะฟังคำแนะนำผิดคน
.
บทเรียนคือคำแนะนำเรื่องเงินเป็นของฟรี และของฟรีในโลกนี้ไม่มีอะไรอันตรายเท่านี้แล้ว เพราะคนที่ให้คำแนะนำส่วนใหญ่ไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จในเรื่องที่เขาพูด เป็นเพียงคนที่อยากพูด การเลือกฟังคนที่เคยทำในสิ่งนั้นและทำได้สำเร็จคือทักษะที่แยกคนรวยออกจากคนจน
.
.
4. ทองคำในกระเป๋าให้ความรู้สึกดี แต่ทองคำที่ทำงานให้คุณคือสิ่งที่สร้างความมั่งคั่ง
.
หลังจากสะสมเงินใหม่ได้อีกครั้ง Arkad ปล่อยกู้ให้ Aggar ช่างทำโล่ ซึ่งซื้อบรอนซ์มาทำโล่ขายปีละครั้ง Aggar จ่ายค่าเช่าทุกสี่เดือน Arkad ไม่ได้เอาดอกเบี้ยมาใช้ แต่ปล่อยกู้คืนพร้อมต้น เงินจึงทบต้นทบดอกเรื่อยไป Algamish กลับมาอีกครั้งเพื่อตรวจสอบ และครั้งนี้พอใจ เขาบอกว่า "เหรียญทุกเหรียญที่ท่านออมไว้คือทาสที่ทำงานให้ท่าน เหรียญทองแดงทุกเหรียญที่มันหามาได้ก็คือลูกของมันที่จะทำงานให้ท่านต่อ"
.
เรื่องนี้ Clason ยกตัวอย่างเฉพาะเจาะจง ชาวนาคนหนึ่งฝากเงินสิบเหรียญเงินไว้กับนักปล่อยกู้ตั้งแต่ลูกชายเกิด อัตราดอกเบี้ยทบต้นหนึ่งในสี่ทุกสี่ปี เมื่อลูกอายุยี่สิบปี เงินสิบเหรียญเดิมกลายเป็นสามสิบเหรียญครึ่ง พ่อตัดสินใจฝากต่อ พอลูกอายุห้าสิบปี เงินสิบเหรียญแรกกลายเป็นหนึ่งร้อยหกสิบเจ็ดเหรียญ
.
การเก็บเงินไว้ในกระเป๋าเฉยๆ ไม่ใช่ความมั่งคั่ง แต่เป็นเพียงการแช่แข็งโอกาส ความมั่งคั่งเกิดขึ้นเมื่อเงินทำงานแทนคุณ ในขณะที่คุณนอนหลับ เดินทาง หรือทำงานอื่น เหรียญทุกเหรียญในบัญชีของคุณก็กำลังทำงานในเงียบ ๆ และผลของการทบต้นไม่ใช่การคูณ แต่เป็นการระเบิดในระยะยาว
.
.
5. หลักการแรกของการลงทุนคือความปลอดภัยของเงินต้น ไม่ใช่ผลตอบแทน
.
หลังจากเคยเสียเงินทั้งหมดให้ Azmur ช่างทำอิฐ Arkad เรียนรู้บทเรียนชั่วชีวิต เขาพูดกับลูกศิษย์ว่า "บทลงโทษของความเสี่ยงคือการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นจริง อย่าหลงไปกับผลตอบแทนสูงในขณะที่เงินต้นของท่านอาจสูญหาย" Mathon เล่าเสริมในเรื่องของ Rodan ช่างทำหอกที่ได้รับทองห้าสิบเหรียญจากกษัตริย์ Mathon อธิบายว่ากล่องสัญลักษณ์ของเขาเต็มไปด้วยเรื่องราวของคนที่กู้เงินไปแล้วไม่ได้คืน ส่วนใหญ่เป็นคนที่หวังเงินก้อนใหญ่จากแผนการที่ฟังดูเหมือนนิทาน
.
ในยุคปัจจุบัน หลักการนี้สำคัญกว่าเดิม เพราะโลกเต็มไปด้วยข้อเสนอที่สัญญาผลตอบแทนหลักสิบเปอร์เซ็นต์ต่อเดือน แชร์ลูกโซ่ คริปโตเหรียญเล็กๆที่ไม่มีใครรู้ที่มาที่ไป กองทุนที่อ้างว่ารู้สูตรลับ
.
การเงินไม่มีทางลัด ผลตอบแทนสูงผิดปกติแปลว่าความเสี่ยงสูงผิดปกติ และเงินต้นที่หายไปไม่มีวันกลับคืนมาง่ายๆ คนที่รวยขึ้นช้าๆ แต่ไม่เคยขาดทุนใหญ่ จะรวยกว่าคนที่ทำกำไรหลายสิบเปอร์เซ็นต์แล้วเสียหมดในช่วงเวลาเพียงครั้งเดียว
.
.
6. โชคไม่ได้มาหาคนที่รอ แต่มาหาคนที่ลงมือ
.
ในห้องโถงแห่งการเรียนรู้ของบาบิโลน คนกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันถกประเด็นว่าจะดึงดูดเทพีแห่งโชคได้อย่างไร พ่อค้าวัยกลางคนคนหนึ่งเล่าเรื่องของตัวเองเมื่อยังหนุ่ม พ่อของเขาแนะนำให้ลงทุนในโครงการที่จะสร้างกังหันน้ำดึงน้ำขึ้นไปเพาะปลูกบนที่ดินรกร้าง โดยจ่ายเพียงหนึ่งในสิบของรายได้ต่อเดือน เขาลังเล อยากซื้อเสื้อผ้าใหม่ที่เพิ่งมาถึงจากตะวันออก เขาเลื่อนการตัดสินใจ และในที่สุดก็พลาดโอกาส โครงการนั้นทำกำไรงดงาม ส่วนเขาก็ยังคงเป็นคนชั้นกลางทั่วไป
.
อีกเรื่องคือพ่อค้าซื้อสัตว์ที่ติดอยู่หน้าประตูเมืองตอนกลางคืน ชาวนาคนหนึ่งเสนอขายฝูงแกะเก้าร้อยตัวในราคาถูกมากเพราะภรรยาป่วยและต้องรีบกลับ พ่อค้าตัดสินใจไม่ซื้อเพราะนับจำนวนแกะตอนกลางคืนไม่ได้ พอเช้าวันรุ่งขึ้น มีคนซื้อสี่คนวิ่งออกมาจากประตูเมือง เพราะเมืองถูกล้อมและอาหารขาดแคลน ชาวนาขายแกะได้ราคาสามเท่า
.
ชายชาวซีเรียคนหนึ่งในวงสรุปด้วยสำเนียงแปร่งๆ ว่าคนแบบนี้เรียกว่า "procrastinator" คนที่ผัดวันประกันพรุ่ง โอกาสไม่รอใคร และเทพีแห่งโชคชอบคนที่ลงมือทำ คนที่ลังเลตลอดเวลา แม้จะมีเงิน มีความรู้ มีจังหวะ ก็จะพลาดทุกอย่างเหมือนกัน
.
.
7. กฎห้าข้อของทองคำที่เปลี่ยนเด็กล้มเหลวให้เป็นพ่อค้าใหญ่
.
ในคืนหนึ่งกลางทะเลทราย Kalabab พ่อค้าอาวุโสเล่าเรื่อง Nomasir ลูกชายของ Arkad ที่ถูกพ่อส่งออกไปพิสูจน์ตัวเองพร้อมถุงทองและแผ่นดินเหนียวจารึกกฎห้าข้อ
.
Nomasir เสียทองทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ครั้งแรกเสียเพราะแทงม้าตามคำชวนของคนแปลกหน้าในคาราวาน ครั้งที่สองเสียเพราะเชื่อเพื่อนที่ชวนเปิดร้านค้าด้วยกัน ตอนตกอับและไม่มีอะไรกิน เขาหันมาอ่านกฎห้าข้อบนแผ่นดินเหนียวที่พ่อให้

กฎข้อแรก ทองคำมาหาคนที่เก็บอย่างน้อยหนึ่งในสิบของรายได้สม่ำเสมอ
.
กฎข้อสอง ทองคำทำงานหนักให้เจ้าของฉลาดที่หางานที่ทำกำไรให้มัน
.
กฎข้อสาม ทองคำเกาะติดเจ้าของรอบคอบที่ลงทุนตามคำแนะนำของผู้รู้
.
กฎข้อสี่ ทองคำหลุดมือจากคนที่ลงทุนในธุรกิจที่ตัวเองไม่ชำนาญ
.
และกฎข้อห้า ทองคำหนีจากคนที่บังคับให้มันให้ผลตอบแทนเกินจริงหรือฟังคำหลอกของนักต้มตุ๋น
.
สิบปีต่อมา Nomasir กลับมาหาพ่อพร้อมทองสามถุง ถุงแรกแทนถุงที่พ่อให้ไป อีกสองถุงเป็นค่าของแผ่นดินเหนียวที่มีกฎห้าข้อ เขาบอกพ่อว่าปัญญาของพ่อมีค่ามากกว่าทองคำของพ่อ เพราะคนที่ไม่มีปัญญา ต่อให้ได้ทองก็จะเสียไป ส่วนคนที่มีปัญญา ต่อให้ไม่มีทอง ก็จะหาเงินมาได้
.
.
8. ก่อนกู้เงินหรือให้กู้เงิน ต้องเข้าใจว่ามันเป็นอาวุธสองคม
.
Rodan ช่างทำหอกได้ทองห้าสิบเหรียญจากกษัตริย์ ทันใดนั้นทุกคนในครอบครัวก็มาขอแบ่ง น้องสาวคนโปรดอ้อนวอนให้ปล่อยกู้สามีของเธอเพื่อเปิดธุรกิจค้าขาย Rodan ไม่กล้าปฏิเสธ จึงไปปรึกษา Mathon
.
Mathon เล่านิทานเรื่องวัวกับลา วัวบ่นกับลาว่าตัวเองต้องลากไถทั้งวัน ลาจึงแนะนำให้วัวแกล้งป่วยจะได้พัก แต่นายให้เอาลามาลากไถแทน ลาทุกข์ทรมานทั้งวันเพราะไปช่วยเพื่อนแล้วกลายเป็นรับภาระแทน
.
Mathon บอก Rodan ตรงๆว่า "ถ้าท่านอยากช่วยเพื่อน จงช่วยในแบบที่ไม่ทำให้ภาระของเพื่อนกลายเป็นของท่าน"
.
เขาแบ่งคนกู้เป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกมีทรัพย์สินค้ำประกัน กลุ่มที่สองมีรายได้สม่ำเสมอ กลุ่มที่สามไม่มีทั้งคู่
.
การให้กู้ในกลุ่มสุดท้ายมักจบลงด้วยการเสียทั้งเงินและมิตรภาพ คำแนะนำสุดท้ายของ Mathon คือถ้าจะให้น้องสาวจริงๆ ก็จงให้แค่จำนวนที่พร้อมจะเสีย และให้เป็นของขวัญ ไม่ใช่เงินกู้ที่ผูกความสัมพันธ์ไว้กับหนี้
.
.
9. ความปลอดภัยต้องสร้างไว้ก่อนวันที่พายุมา
.
ในบทสั้น ๆ บทหนึ่ง Clason เล่าเรื่อง Banzar ทหารวัยชราที่ยืนเฝ้ากำแพงบาบิโลนขณะกองทัพอัสซีเรียบุกโจมตี ชาวเมืองวิ่งมาถามด้วยความหวาดกลัว ทั้งพ่อค้าแก่ที่กลัวคนปล้น แม่ที่อุ้มลูกเล็ก เด็กหญิงตัวเล็กๆ
.
Banzar ตอบทุกคนด้วยประโยคเดียวกัน "กำแพงบาบิโลนจะปกป้องท่าน" สามสัปดาห์กับห้าวันต่อมา กองทัพถอยกลับ กำแพงไม่เคยถูกตีแตก
.
Clason ใช้บทนี้สอนเรื่องการป้องกันความเสี่ยง กำแพงในยุคนี้ไม่ใช่อิฐและปูน แต่เป็นประกันชีวิต ประกันสุขภาพ บัญชีออมเผื่อฉุกเฉิน และการลงทุนที่กระจายความเสี่ยง คนเรามักไม่เห็นความสำคัญของสิ่งเหล่านี้ตอนที่ทุกอย่างดี แต่พายุไม่เคยส่งเสียงเตือนล่วงหน้า อุบัติเหตุ โรคร้าย การถูกเลิกจ้าง ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทั้งหมดเกิดขึ้นทันทีโดยไม่เคยรอให้คุณเตรียมตัว กำแพงต้องสร้างไว้ตอนที่ยังไม่มีศัตรู ไม่ใช่ตอนที่ศัตรูมาถึงประตู
.
.
10. หนี้คือศัตรู และวิธีเดียวที่จะชนะคือเผชิญหน้า
.
Dabasir พ่อค้าอูฐแห่งบาบิโลนเล่าเรื่องของตัวเองให้ Tarkad เด็กหนุ่มที่กำลังลำบากฟัง ตอนหนุ่ม Dabasir แต่งงานเร็ว ใช้ชีวิตเกินตัว ติดหนี้พ่อค้าทุกร้านในเมือง ภรรยากลับบ้านพ่อ เขาเองหนีออกจากบาบิโลน ไปเป็นโจรปล้นคาราวาน จนถูกจับขายเป็นทาสในซีเรีย เจ้านายของเขามีภรรยาสี่คน Sira เมียหลวงตัดสินใจให้เขาเป็นคนเลี้ยงอูฐ
.
วันหนึ่ง Sira ถาม Dabasir ว่ามีจิตวิญญาณของไทหรือจิตวิญญาณของทาส Dabasir โกรธ เธออธิบายว่าหนี้คือศัตรูที่ไล่เขาออกจากบาบิโลน เขาไม่เคยลุกขึ้นสู้ เขาเพียงแต่หนี และเมื่อหนีไป ศัตรูก็โตขึ้นๆ จนเขากลายเป็นทาสในที่สุด
.
Sira ลักลอบให้อูฐสองตัวเพื่อให้เขาหนี Dabasir ข้ามทะเลทรายเก้าวันโดยไม่มีน้ำและอาหาร เมื่อถึงจุดที่คิดว่าจะตาย เขาถามตัวเองอีกครั้งว่ามีจิตวิญญาณของไทหรือทาส และตัดสินใจกลับบาบิโลนเพื่อใช้หนี้ทุกบาท
.
กลับมาแล้ว เขาไม่ได้หนีจากเจ้าหนี้ เขาไปหาทุกคน บอกความจริง ขอเวลา และจ่ายตามที่สัญญา หนี้ไม่ใช่เรื่องน่าอับอายที่ต้องซ่อนตัว แต่เป็นสงครามที่ต้องประกาศและสู้ให้จบ การหลบหน้าเจ้าหนี้ไม่เคยทำให้หนี้หายไป มีเพียงการเผชิญหน้าและจัดการอย่างเป็นระบบเท่านั้นที่จะปลดปล่อยคนคนหนึ่งจากภาระนั้นได้
.
.
11. แผน 70/20/10 ที่ใช้ได้ทั้งในบาบิโลนและในห้องเช่าที่อังกฤษ
.
หลังกลับมาบาบิโลน Mathon แนะนำแผนสามส่วนให้ Dabasir
.
หนึ่ง เก็บหนึ่งในสิบของรายได้เป็นของตัวเองเพื่ออนาคต
.
สอง ใช้เจ็ดในสิบสำหรับครอบครัว อาหาร ที่อยู่ และความสุขเล็กๆ น้อยๆ
.
สาม เอาสองในสิบไปใช้หนี้ทุกเดือนอย่างยุติธรรมในหมู่เจ้าหนี้ทั้งหมด
.
Dabasir จดบันทึกความคืบหน้าไว้บนแผ่นดินเหนียว เดือนแรกหามาได้สิบเก้าเหรียญ เดือนที่สองสิบเอ็ดเหรียญ เดือนที่สามสี่สิบสองเหรียญ ค่อย ๆ ลดหนี้และเก็บเงินไปพร้อมกัน
.
หลายพันปีต่อมา ในปี 1934 ศาสตราจารย์ Shrewsbury แห่งมหาวิทยาลัย Nottingham ได้รับแผ่นดินเหนียวห้าแผ่นจากการขุดที่บาบิโลน เขาแปลออกมาเป็นเรื่องของ Dabasir และตัดสินใจลองใช้แผนเดียวกันกับชีวิตของเขาเอง
.
ตอนนั้นเขากับภรรยาเป็นหนี้สะสมจนหลบหน้าทุกคน ซื้ออะไรก็ต้องซื้อเงินผ่อนเพราะไม่มีเครดิต เขาทำบัญชีหนี้ทั้งหมด ไปคุยกับเจ้าหนี้ทุกคน ขอจ่ายยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของรายได้ทุกเดือน เก็บอีกสิบเปอร์เซ็นต์ ใช้ชีวิตด้วยเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือ
.
สองปีต่อมา เขาปลดหนี้ทั้งหมด มีเงินลงทุน และเขียนจดหมายไปขอบคุณ Dabasir ผ่านศาสตราจารย์ Caldwell ที่กำลังขุดบาบิโลนอยู่ บทเรียนคือสูตรการเงินที่ใช้ได้ผลจริงไม่เคยซับซ้อน และไม่เคยเปลี่ยนแม้เวลาผ่านไปห้าพันปี
.
.
12. ความสามารถในการหาเงินคือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด
.
Arkad บอกลูกศิษย์ในห้องเรียนของกษัตริย์ Sargon ว่า "ก่อนการบรรลุผล ต้องมีความปรารถนา ความปรารถนาของท่านต้องชัดเจนและเฉพาะเจาะจง ปรารถนาแบบทั่วไปเป็นเพียงความหวังลมๆ แล้งๆ" ชายหนุ่มที่อยากรวยลอย ๆ ไม่มีทางรวย แต่คนที่ตั้งเป้าว่าจะหาเงินเพิ่มเดือนละห้าเหรียญ จะได้ห้าเหรียญนั้น แล้วเป้าหมายจะค่อยๆ ใหญ่ขึ้นเอง
.
Arkad เล่าตัวอย่างจากตัวเอง ตอนเป็นเสมียนเขาสังเกตว่าเพื่อนร่วมงานบางคนทำงานได้มากกว่าและได้เงินมากกว่า เขาจึงตั้งใจให้ตัวเองทำได้มากที่สุด ความสนใจ สมาธิ และความพยายามที่มากกว่าทำให้เขาได้ขึ้นเงินเดือนโดยไม่ต้องร้องขอ
.
บทเรียนคือความสามารถในการหาเงินไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่เป็นทักษะที่ต้องฝึก คนที่ขยันเรียนรู้งานของตัวเอง พัฒนาฝีมือ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในสาขาเดียวกัน และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง จะมีรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนคนที่หยุดอยู่กับที่ จะถูกแซงในที่สุดและถูกแทนที่
.
คนที่เรียนรู้ทุกปี เพิ่มทักษะใหม่ และปรับตัวเข้ากับเครื่องมือใหม่ จะมีอำนาจต่อรองสูง คนที่นิ่งอยู่กับสิ่งที่รู้เมื่อสิบปีก่อน จะถูกตลาดเขี่ยทิ้ง รายได้ของคุณไม่ใช่เพดาน แต่เป็นภาพสะท้อนของสิ่งที่คุณรู้และทำได้ในเวลานี้
.
.
13. งานคือเพื่อนที่ดีที่สุด ไม่ใช่ภาระของทาส
.
Sharru Nada พ่อค้ามั่งคั่งแห่งบาบิโลนเดินทางกลับจากดามัสกัสพร้อม Hadan Gula หลานชายของ Arad Gula หุ้นส่วนเก่าที่ล่วงลับไปแล้ว เขาตั้งใจจะช่วยหลานชายให้ตั้งตัวได้เพื่อตอบแทนบุญคุณของปู่ แต่พอเห็น Hadan Gula สวมแหวนเพชรเต็มมือ ใส่เสื้อคลุมหรู และต่างหูประดับอัญมณี ก็เริ่มหนักใจ
.
ระหว่างทาง Hadan Gula พูดประโยคที่ทำให้ Sharru Nada เงียบไปทันที "งานนั้นถูกสร้างไว้สำหรับทาส" เขาเชื่อว่าคนรวยไม่ควรต้องทำงาน ควรใช้เงินอย่างเจ้าชายและเสพความสุขเต็มที่
.
Sharru Nada ไม่ตอบ แต่ตัดสินใจเปิดเผยความลับที่ไม่เคยบอกใคร ทั้งตัวเขาและปู่ของ Hadan Gula เคยเป็นทาสในบาบิโลนมาก่อน
.
เขาเล่าย้อนกลับไปสี่สิบปีก่อน วันที่เขาถูกล่ามโซ่ที่คอเดินเข้าเมือง โซ่เชื่อมเขาเข้ากับชายอีกสามคน Megiddo ชาวนาขยันที่ถูกขายเพราะหนี้สิน Zabado โจรขโมยแกะ และ Pirate กะลาสีลึกลับที่มีรอยสักงูสองตัวบนหน้าอก ทั้งสี่กำลังถูกพาไปขายในตลาดทาส และมีโอกาสสูงที่จะถูกซื้อไปแบกอิฐสร้างกำแพง ซึ่งเป็นงานที่ทาสส่วนใหญ่ตายภายในไม่กี่เดือน
.
แต่ละคนตอบสนองต่อชะตากรรมต่างกัน Pirate โกรธจัดและสาบานว่าจะฆ่าคนที่เข้าใกล้ Zabado คิดว่าจะหาทางอู้งานให้ได้ จะแกล้งแบกอิฐโดยไม่ออกแรงจริง
.
แต่ Megiddo พูดอีกอย่าง "งานคือเพื่อนที่ดีที่สุดที่ฉันเคยรู้จัก มันให้ฉันทุกอย่างที่ฉันเคยมี ทั้งไร่นา วัว และพืชผล" เมื่อ Zabado หัวเราะเยาะว่าตอนนี้ของพวกนั้นอยู่ไหน Megiddo ตอบเรียบ ๆ ว่าเขาเสียทุกอย่างเพราะโชคชะตา ไม่ใช่เพราะงาน เขายังเชื่อในงานอยู่เหมือนเดิม
.
ก่อนถูกแยกขาย Megiddo สอน Sharru Nada ว่า "ถ้านายได้เจ้านายดี จงทำงานให้สุดความสามารถ ถ้าเขาไม่เห็นค่า ก็ไม่เป็นไร จำไว้ว่างานที่ทำดี ๆ จะให้ผลดีกลับมาที่ตัวคนทำเสมอ"
.
ชะตากรรมของทั้งสี่คนต่างกันสิ้นเชิง Megiddo ถูกขายให้ชาวนาที่เห็นค่า ไม่กี่เดือนต่อมา Sharru Nada เจอเขาบนถนนในบาบิโลน ตอนนี้เป็นหัวหน้าคนงานของเจ้านาย ได้รับมอบหมายให้ดูแลการซื้อขายทั้งหมด และกำลังจะได้ครอบครัวกลับมาอยู่ด้วย
.
Zabado ผู้คิดจะอู้งาน Sharru Nada เจอเขาอีกครั้งในแถวคนแบกอิฐที่กำแพงเมือง ผอมโซ หลังโก่ง เต็มไปด้วยรอยแผลจากแส้ ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็ตายในงานก่อสร้าง
.
ส่วน Pirate วันหนึ่ง Sharru Nada เห็นฝูงชนรวมตัวกันหน้าเมืองดูพิธีประหารทาสที่ฆ่าทหารองครักษ์ของกษัตริย์ หลังพิธีจบ ศพถูกแขวนไว้กับเสา Sharru Nada เดินเข้าไปดูใกล้ ๆ และเห็นรอยสักงูสองตัวบนหน้าอกที่เปื้อนเลือด
.
สามคนเริ่มจากจุดเดียวกัน ถูกล่ามโซ่เดียวกัน เดินเข้าเมืองเดียวกัน แต่จบไม่เหมือนกันเลย ความต่างไม่ได้อยู่ที่ความสามารถหรือสติปัญญา แต่อยู่ที่มุมมองที่แต่ละคนเลือกถือต่องาน
.
ส่วน Sharru Nada เองถูกขายให้ Nana-naid คนทำขนมปัง เขาขออาสาเรียนรู้ทุกขั้นตอน แล้วเสนอแผนกับเจ้านายว่า ในเมื่อขนมปังอบเสร็จตอนเที่ยง ช่วงบ่ายเขาจะทำขนมเค้กน้ำผึ้งเพิ่มและเอาไปขายตามถนน แบ่งกำไรกัน เขาเริ่มสะสมเหรียญทองแดงในกระเป๋าเล็ก ๆ ทุกวัน ลูกค้าประจำคนหนึ่งคือ Arad Gula พ่อค้าพรมที่เดินขายตามบ้าน ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนกัน และวันหนึ่ง Arad Gula สารภาพว่าตัวเขาเองก็เป็นทาสเหมือนกัน
.
หลังโดนขายต่อให้ไปขุดคลองหลวง ป่วยด้วยไข้และเกือบจะหมดหวัง Sharru Nada ก็ถูกตามตัวกลับมา Arad Gula ใช้เงินก้อนใหญ่ซื้อตัวเขาคืน ทำลายแผ่นดินเหนียวที่จารึกชื่อทาสของเขาทิ้งต่อหน้าต่อตา ทั้งคู่กลายเป็นหุ้นส่วน เดินทางไปสร้างธุรกิจในดามัสกัสด้วยกันจนเป็นบุคคลที่ได้รับการเคารพในเมือง
.
หลังเล่าจบ Sharru Nada บอก Hadan Gula ว่า งานคือกุญแจสำคัญที่ปู่ของเขาใช้สร้างทุกอย่าง ไม่ใช่ความฉลาด ไม่ใช่โชค ไม่ใช่สายเลือด แต่คือมุมมองที่ว่างานคือเพื่อน ไม่ใช่ภาระ
.
Hadan Gula นั่งเงียบ แล้วถอดแหวนเพชรออกจากนิ้วทีละวง ถอดต่างหูทีละข้าง จากนั้นถอยม้าไปขี่ตามหลังคาราวานของ Sharru Nada ด้วยความเคารพ บอกว่าจะเริ่มต้นใหม่อย่างถ่อมตน เหมือนที่ปู่ของเขาเคยเริ่ม
.
บทเรียนของเรื่องนี้ลึกกว่าที่เห็น คนส่วนใหญ่มองงานเป็นภาระที่ต้องทนทำเพื่อแลกกับเงิน แต่จริง ๆ แล้วงานคือสิ่งเดียวที่ยกคนจากที่ต่ำสุดในชีวิตไปจุดสูงสุดได้ ทาสที่ถูกล่ามโซ่ยังพิสูจน์ตัวเองด้วยงานจนกลายเป็นพ่อค้าได้ คนที่ไม่มีต้นทุนอะไรเลยก็สร้างทุกอย่างขึ้นมาจากงานได้ ส่วนคนที่เกิดมามีพร้อมแต่ดูถูกงาน จะค่อย ๆ สูญเสียสิ่งที่บรรพบุรุษสร้างไว้โดยไม่รู้ตัว
.
คนที่เกลียดงานของตัวเองจะติดอยู่ในงานนั้นตลอดไป เพราะความเกลียดทำให้เขาทำได้แค่พอผ่าน ไม่มีใครเห็นค่า ไม่มีใครเลื่อนตำแหน่ง ไม่มีใครจ่ายเพิ่ม ส่วนคนที่หาวิธีรักงานของตัวเอง หรืออย่างน้อยเคารพมัน จะค่อย ๆ ไต่ขึ้นเรื่อย ๆ เพราะคนรอบข้างจะเห็นความตั้งใจและให้โอกาสตามมา
.
.
14. คนรวยไม่ได้เกิดมารวย แต่เลือกทำในสิ่งที่คนจนไม่ยอมทำ
.
ในห้องเรียนของ Arkad เพื่อนๆถามว่าทำไมเขารวยทั้งที่ตอนเด็กไม่ได้ฉลาดกว่าใคร Arkad ตอบตรงไปตรงมาว่า "ถ้าท่านยังไม่ได้สิ่งที่ต้องการในชีวิต เพราะท่านไม่เคยเรียนรู้กฎ หรือเรียนแล้วแต่ไม่ปฏิบัติตาม"
.
เขาบอกว่าโชคไม่เคยให้ประโยชน์ระยะยาวกับใครเลย คนที่ได้เงินจากมรดกหรือลอตเตอรี่มักใช้หมดในเวลาไม่นาน เพราะพวกเขาไม่มีทักษะในการรักษาเงิน
.
ความแตกต่างระหว่างคนรวยกับคนจนในเรื่องนี้คือพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน คนรวยจ่ายให้ตัวเองก่อน ทำงบประมาณ ลงทุนด้วยความรอบคอบ ฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และมองโอกาสในระยะยาว
.
ส่วนคนจนใช้เงินก่อน ไม่ทำบัญชี ลงทุนตามเทรนด์ ฟังคำแนะนำจากใครก็ได้ที่พูดดี และอยากรวยเร็ว ทั้งสองกลุ่มอาจเริ่มจากจุดเดียวกัน แต่หลังจากสิบปี ยี่สิบปี ความห่างจะกว้างจนไม่มีทางตามทัน Clason ย้ำว่าความมั่งคั่งไม่ใช่ของขวัญจากเทพเจ้า แต่เป็นผลของการกระทำที่ทำซ้ำในแต่ละวันด้วยวินัยและความตั้งใจ
.
.
15. ปัญญาคือทรัพย์สินที่ไม่มีใครขโมยได้
.
ในบทสุดท้ายที่ Nomasir กลับมาหาพ่อพร้อมทองสามถุง เขาพูดประโยคที่เป็นแก่นของหนังสือทั้งเล่ม
.
"ใครเล่าจะวัดมูลค่าของปัญญาด้วยถุงทองได้ ปราศจากปัญญา ทองคำสูญไปอย่างรวดเร็วในมือของผู้ที่ครอบครองมัน แต่ด้วยปัญญา ทองคำหามาได้แม้โดยผู้ที่ไม่เคยมี"
.
นี่คือเหตุผลที่บาบิโลนยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เพราะทำเลที่ตั้งดี เพราะจริงๆ บาบิโลนตั้งอยู่ในหุบเขาแห้งแล้งริมแม่น้ำยูเฟรติส ไม่มีป่า ไม่มีเหมือง ไม่มีเส้นทางการค้าธรรมชาติ ไม่มีหินสำหรับก่อสร้าง ไม่มีฝนพอที่จะปลูกพืช ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นด้วยปัญญาของมนุษย์ ระบบชลประทาน คลองส่งน้ำ กำแพงเมือง การประดิษฐ์เงินตรา ตั๋วสัญญาใช้เงิน เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ ทุกอย่างเป็นผลของคนที่คิดอย่างเป็นระบบ
.
วันนี้กำแพงบาบิโลนเหลือเพียงเศษอิฐ พระราชวังกลายเป็นเนินดิน แต่ปัญญาของชาวบาบิโลนยังอยู่ในมือของผู้อ่านทุกคนที่หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา และนั่นคือเหตุผลที่ Clason เลือกเล่าด้วยนิทาน ไม่ใช่ตำรา เพราะนิทานข้ามกาลเวลาได้ คนในยุคปี 1926 อ่านแล้วเปลี่ยนชีวิต คนในยุค 2026 อ่านแล้วก็ยังเปลี่ยนชีวิตได้เช่นกัน
.
เพราะกฎของเงินไม่เคยเปลี่ยน เปลี่ยนแต่ตัวสกุลเงินและรูปแบบของการลงทุนเท่านั้น ส่วนสิ่งที่อยู่ในมือของคนรวยตั้งแต่หกพันปีก่อนจนถึงวันนี้ ก็ยังคงเป็นสิ่งเดียวกัน
.
.
=========================
.
ประโยคที่น่าจดจำจาก The Richest Man in Babylon
.
1. "In those things toward which we exerted our best endeavours we succeeded."

ในสิ่งที่เราทุ่มเทความพยายามมากที่สุด เราย่อมประสบความสำเร็จ
.
.
2. "A part of all you earn is yours to keep."

ส่วนหนึ่งของทุกสิ่งที่ท่านหามาได้ คือของท่านที่ต้องเก็บไว้
.
.
3. "You pay to everyone but yourself."

ท่านจ่ายให้ทุกคน ยกเว้นตัวท่านเอง
.
.
4. "That what each of us calls our 'necessary expenses' will always grow to equal our incomes unless we protest to the contrary."

สิ่งที่เราเรียกว่า "ค่าใช้จ่ายจำเป็น" จะขยายตัวจนเท่ากับรายได้ของเราเสมอ เว้นแต่เราจะลุกขึ้นมาคัดค้านมัน
.
.
5. "Just as weeds grow in a field wherever the farmer leaves space for their roots, even so freely do desires grow in men whenever there is a possibility of their being gratified."

เฉกเช่นวัชพืชที่ขึ้นในทุกที่ที่ชาวนาเปิดช่องให้รากมันหยั่งลง ความปรารถนาในจิตใจมนุษย์ก็เติบโตอย่างเสรีในทุกที่ที่มันมีโอกาสได้รับการตอบสนอง
.
.
6. "Wealth, like a tree, grows from a tiny seed. The first copper you save is the seed from which your tree of wealth shall grow."

ความมั่งคั่งเปรียบเสมือนต้นไม้ที่เติบโตจากเมล็ดเล็กๆ เหรียญทองแดงเหรียญแรกที่ท่านเก็บคือเมล็ดที่ต้นไม้แห่งความมั่งคั่งจะงอกงามขึ้นมา
.
.
7. "Every gold piece you save is a slave to work for you. Every copper it earns is its child that also can earn for you."

ทองทุกเหรียญที่ท่านออมไว้คือทาสที่ทำงานให้ท่าน และทุกเหรียญทองแดงที่มันหามาได้ก็คือลูกของมันที่จะทำงานให้ท่านต่อ
.
.
8. "A man's wealth is not in the coins he carries in his purse; it is the income he buildeth."

ความมั่งคั่งของคนคนหนึ่งไม่ได้อยู่ที่เหรียญในกระเป๋า แต่อยู่ที่กระแสรายได้ที่เขาสร้างขึ้น
.
.
9. "The penalty of risk is probable loss."

บทลงโทษของความเสี่ยงคือการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นจริง
.
.
10. "A small return and a safe one is far more desirable than risk."

ผลตอบแทนน้อยแต่ปลอดภัย ดีกว่าการเสี่ยงเป็นไหนๆ
.
.
11. "Advice is one thing that is freely given away, but watch that you take only what is worth having."

คำแนะนำเป็นสิ่งที่ใครก็ให้ฟรี แต่จงระวังเลือกรับเฉพาะที่มีค่าควรแก่การรับฟัง
.
.
12. "Better a little caution than a great regret."

ระมัดระวังเพียงเล็กน้อย ยังดีกว่าเสียใจอย่างมหาศาล
.
.
13. "Opportunity is a haughty goddess who wastes no time with those who are unprepared."

โอกาสคือเทพีผู้ทระนงที่ไม่เสียเวลากับคนที่ไม่ได้เตรียมตัว
.
.
14. "Action will lead thee forward to the successes thou dost desire."

การลงมือทำจะนำท่านไปข้างหน้าสู่ความสำเร็จที่ท่านปรารถนา
.
.
15. "Preceding accomplishment must be desire. Thy desires must be strong and definite. General desires are but weak longings."

ก่อนความสำเร็จต้องมีความปรารถนา ความปรารถนาของท่านต้องแรงกล้าและชัดเจน ความปรารถนาแบบกว้างๆ เป็นเพียงความใฝ่ฝันอันอ่อนแอ
.
.
16. "Where the determination is, the way can be found."

ที่ใดมีความตั้งใจแน่วแน่ ที่นั้นย่อมมีหนทางเสมอ
.
.
17. "If a man has within him the soul of a free man, will he not become respected and honoured in his own city in spite of his misfortune?"

หากในตัวคนคนหนึ่งมีจิตวิญญาณของความเป็นอิสรชน เขาย่อมได้รับการเคารพและยกย่องในเมืองของตน แม้เคยพบเคราะห์กรรมเพียงใดก็ตาม
.
.
18. "Work, well-done, does good to the man who does it. It makes him a better man."

งานที่ทำอย่างเต็มที่ย่อมส่งผลดีกลับมาที่ตัวผู้ทำ และทำให้เขาเป็นคนที่ดีขึ้น
.
.
19. "Our wise acts accompany us through life to please us and to help us. Just as surely, our unwise acts follow us to plague and torment us."

การกระทำที่ฉลาดของเราจะติดตามเราไปตลอดชีวิตเพื่อปลอบประโลมและช่วยเหลือเรา และการกระทำที่โง่เขลาของเราก็จะติดตามไปรังควานและทรมานเราเช่นกัน
.
.
20. "Without wisdom, gold is quickly lost by those who have it, but with wisdom, gold can be secured by those who have it not."

ปราศจากปัญญา ทองคำสูญไปอย่างรวดเร็วในมือของผู้ที่ครอบครอง แต่ด้วยปัญญา ทองคำหามาได้แม้โดยผู้ที่ไม่เคยมี
.
.
.
.
#SuccessStrategies

Pond Apiwat Atichat

Real Estate Rental Business , Creator , Writer , Law Student

Currently Studying Bachelor of Laws at Chulalongkorn University

First Class Honors in Bachelor of Arts at Ramkhamhaeng University

Previous
Previous

35 ข้อคิดจากหนังสือ Zero to One เขียนโดย Peter Thiel

Next
Next

สรุป 30 ข้อคิดจากหนังสือ Range: Why Generalists Triumph in a Specialized World เขียนโดย David Epstein